ตลาดซื้อขาย น้ำมันดิบ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันที่ 26 มีนาคม 2025 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 69.65 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.65 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +0.94% ด้านราคาน้ำมันดิบ เบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 73.79 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.77 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +1.05%
ในสัปดาห์ผ่านไป ราคาน้ำมันดิบทั้ง 2 ตลาดโลกปิด +1.6% และ +2.1% ตามลำดับ ไม่เพียงปิดขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังส่งผลทำสถิติราคาน้ำมันดิบรายสัปดาห์ปิดขึ้นมากที่สุดในรอบ 10 สัปดาห์ หรือตั้งแต่สัปดาห์แรกของปี 2025
สาเหตุจาก ปริมาณสำรองน้ำมันดิบรายสัปดาห์ในสหรัฐอเมริกาลดลงถึง 3.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงเพียง 956,000 บาท นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศมาตรการเก็บภาษีขึ้นสูง 25% กับประเทศใดก็ตามที่ซื้อน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติจากประเทศเวเนซุเอลา ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐประกาศให้ถึงวันที่ 27 มีนาคมนี้ เพื่อให้บริษัทเชฟร่อน ซึ่งเป็นบริษัทผลิพลังงานของสหรัฐอเมริกาลดการดำเนินงานการผลิต และการส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในประเทศเวเนซุเอลา
ธนาคารเอเอ็นแซด เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันดิบจากอิหร่านจะลดลงราววันละ 1 ล้านบาร์เรล สาเหตุจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรกับหน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชนในต่างประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับประเทศอิหร่าน โดยเฉพาะเป็นครั้งแรกที่มาตรการพุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่บรรดาธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันอิสระสัญชาติจีน รวมถึงเรือขนส่งน้ำมันดิบสัญชาติจีนด้วย สาเหตุจากจีนเป็นประเทศใหญ่ที่สุดที่นำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันกลั่นจากประเทศอิหร่าน
ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันทุกรายในประเทศไทยปรับราคาขายน้ำมันมีผลวันที่ 11 มีนาคมนี้ โดยลดราคากลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 30-40 สตางค์/ลิตร นับเป็นการปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกครั้งที่ 3 ต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2025 เป็นต้นมา ส่งผลเป็นราคาขายปลีกต่ำสุดใน 1 ปี 8 เดือนกว่า หรือตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2023