ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) คาดเม็ดเงินสะพัดช่วงสงกรานต์ปี 68 ลดลง 13.5% อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท จาก 4.2 หมื่นล้านบาทในปีก่อนหน้า จากการขาดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการมาเที่ยวไทย ทั้งเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสถานการณ์แผ่นดินไหว อีกทั้งช่วงเวลาวันหยุดไม่เอื้ออำนวยแก่นักท่องเที่ยวไทย ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่กระตุ้นเม็ดเงินสะพัดจากนักท่องเที่ยวไทยได้เท่าที่ควร
โดยเทศกาลสงกรานต์เป็นวันหยุดประจำปีที่สำคัญของไทยที่ประชาชนมักถือเป็นโอกาสสำคัญในการกลับภูมิลำเนาเพื่อพักผ่อนใช้เวลากับครอบครัว เนื่องจากมีวันหยุดอย่างน้อย 3 วันตามเทศกาลและอาจขยายออกเป็น 5-6 วัน กรณีที่มีช่วงเวลาเทศกาลที่คาบเกี่ยวกับวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดพิเศษตามประกาศจากภาครัฐ
สำหรับในปี 68 นี้ เทศกาลสงกรานต์ เป็นปีที่วันหยุดมีระยะที่สั้นเพียง 4 วัน สำหรับกลุ่มผู้ทำงานบริษัทเอกชน และ 5 วันสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งตรงกันข้ามกับปีก่อนที่มีวันหยุดค่อนข้างเอื้ออำนวยที่จะส่งผลให้เงินสะพัดช่วงสงกรานต์มากเป็นพิเศษเนื่องจากมีวันหยุดพิเศษตามประกาศรัฐบาลให้มีวันหยุดยาวได้ถึง 5 วัน รวมถึงประชาชนบางกลุ่มที่สามารถลางานในช่วงวันที่ 9-11 เม.ย. ก็จะสามารถจัดสรรช่วงวันหยุดได้ยาวถึง 11 วัน ซึ่งเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและเม็ดเงินที่คาดว่าจะสะพัดเป็นพิเศษ
ดังนั้น ด้วยข้อจำกัดเรื่องกรอบเวลาที่สั้นกว่าที่คาดไว้จะกดดันให้เม็ดเงินที่สะพัดจากฝั่งของนักท่องเที่ยวไทย รวมถึงแรงกดดันจากประเด็นเรื่องความกังวลจากเหตุแผ่นดินไหวที่คาดมีผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ จึงอาจส่งผลให้เม็ดเงินที่สะพัดช่วงเทศกาลคาดว่าจะปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
ด้านการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประชาชนส่วนใหญ่มักเดินทางกลับภูมิลำเนาจากแหล่งงานในพื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ EEC รวมถึงมีการเดินทางท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณการเดินทางสูงกว่าปกติ
ทั้งนี้ ในปี 68 ด้วยกระแสการท่องเที่ยวในประเทศที่ยังมีแนวโน้มเติบโตคาดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 68 จะมีการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยมากกว่าปี 67 ที่ราว 5.2% แต่ด้วยผลของราคาน้ำมันที่เปรียบเทียบกับปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกันที่ต่ำกว่าเฉลี่ย 9.1% ส่งผลให้เม็ดเงินสะพัดจากการเดินทางเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 9.4% ในขณะที่เม็ดเงินที่สะพัดจากค่าที่พักเฉลี่ยต่อวันเมื่อเทียบกับปีก่อนปรับเพิ่มขึ้นราว 6.2% จากผลของราคาห้องพักที่ในภาพรวมยังไม่ขยับเพิ่มมากนักจากที่มีการขยับราคาในภาพรวมในปี 67
อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินที่คาดว่าจะสะพัดเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นมากเป็นส่วนของค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ปรับเพิ่มจากปีก่อนหน้า 17.1% และ 14.2% ตามลำดับ ซึ่งเป็นปกติของเทศกาลสงกรานต์ที่มีการกลับภูมิลำเนาเพื่อสังสรรค์ พบปะญาติพี่น้อง ลูกหลาน เป็นที่น่าเสียดายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ทำงานภาคเอกชนจะมีโอกาสเพียง 4 วันส่งผลให้รายจ่ายที่วางแผนเพื่อใช้สำหรับค่าอาหาร ซื้อสินค้าต่าง ๆ ถูกจัดสรรต่อวันเพิ่มมากขึ้นจากกรอบวันที่สั้นลง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในภาพรวมแล้วด้วยประชาชนส่วนใหญ่สามารถมีวันหยุดเทศกาลเพียง 4 วัน
ดังนั้นจึงประเมินว่า เม็ดเงินที่สะพัดช่วงเทศกาลสงกรานต์ของนักท่องเที่ยวชาวไทยปี 68 คาดอยู่ที่ 16,300 ล้านบาท จะลดลงจากปีก่อนที่ 17,200 บาท หรือลดลง 5.2%