การซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ได้ของไม่ตรงปก หรือถูกเพจปลอมหลอกลวง เป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภค โดยปี 2568 ได้รับแจ้งเพจปลอม 421 เพจ จึงร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) แจ้งให้บริษัท เมต้า (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กนำข้อมูลออกจากระบบโดยเร็ว และสามารถปิดเพจปลอมได้ทั้งหมด 394 เพจ
ในปี 2568 สภาผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค กรณีพบปัญหาจากการซื้อของออนไลน์ อาทิ สั่งของไม่ได้ของ ซื้อสินค้าแล้วได้รับสินค้าไม่ตรงปก รวมทั้งปัญหาเพจปลอมต่าง ๆ บนเฟซบุ๊กซึ่งเป็นลักษณะปัญหาที่มีผู้บริโภคร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภคเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อให้การจัดการเพจหรือบัญชีที่สร้างความเดือดร้อนกับผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว สภาผู้บริโภคจึงร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ เอ็ตด้า (ETDA)) รายงานข้อมูลเพจหรือบัญชีที่มีลักษณะปลอม ทั้งปลอมเพจจริงและสร้างเพจปลอม หลอกขายสินค้าหรือโฆษณาเอาเปรียบผู้บริโภค เพื่อให้ Meta ดำเนินการนำข้อมูลออกจากระบบโดยเร็ว
ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งรายงานเพจที่มีปัญหารวมทั้งสิ้น 421 เพจ และสามารถดำเนินการปิดเพจปลอมได้สำเร็จ 394 เพจ อาทิ เพจ Thailand Ensure Elderly milk เพจ SIM NET Unlimited และเพจสวนทุเรียน-ทะเลจันท์ เป็นต้น ส่วนเพจที่เหลืออีก 24 เพจที่ยังไม่ถูกปิดนั้น ทางเมต้าได้ดำเนินการปิดโพสต์ที่ถูกร้องเรียนเพื่อสกัดกั้นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคในวงกว้างเพิ่มเติม
สำหรับลักษณะปัญหาที่ผู้บริโภคพบมากที่สุด คือ สั่งซื้อสินค้าและไม่ส่งของ 203 เพจ รองลงมาเป็นเพจปลอม 110 เพจ และสั่งซื้อสินค้าได้ของไม่ตรงปก 81 เพจ รวมถึงพบกลุ่มเพจที่มีปัญหาเหล่านี้มีการซื้อโฆษณาจากเฟซบุ๊ก เพื่อโปรโมทเพจหลอกลวงสูงถึง 113 เพจ
ทั้งนี้ เมื่อผู้บริโภคพบเจอเพจต้องสงสัย หรือได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภค โดยควรเตรียมหลักฐานประกอบ เช่น สลิปโอนเงิน ภาพแชตการสนทนา และใบแจ้งความ (ถ้ามี) ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ สายด่วน 1502 เข้ามาร้องเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์: tcc.or.th (https://crm.tcc.or.th) ไลน์ออฟฟิเชียล (Line Official): @tccthailand อินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก (Facebook Inbox): สภาองค์กรของผู้บริโภค และ อีเมล: complaint@tcc.or.th สำหรับการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งความเสียหายและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการเฝ้าระวังในเรื่องเรื่องเพจปลอมและแจ้งเตือนเพื่อให้มีการปิดเพจปลอมแล้ว เพื่อป้องกันผลกระทบกับผู้บริโภค สภาผู้บริโภคได้ผลักดันนโยบาย “ระบบยืนยันตัวตนของผู้ขาย” หรือ e-KYM ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลและตลาดออนไลน์ (e-Marketplace) ต้องยืนยันตัวตนผู้ขาย กำหนดให้ร้านค้าต้องแสดงข้อมูลให้ชัดเจนทั้ง ที่อยู่ ตำแหน่งร้านค้า เบอร์โทรศัพท์ของผู้ขายสินค้าหรือบริการ และบัญชีธนาคารที่ใช้เป็นช่องทางรับเงินของผู้ขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ว่าร้านค้ามีตัวตนจริงหรือไม่ และเพิ่มความมั่นใจให้ทุกการสั่งซื้อออนไลน์ปลอดภัยมากขึ้น ส่วนร้านค้าและผู้ขายที่ปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวจะได้รับความเชื่อถือมากขึ้น สนับสนุนให้แพลตฟอร์มออนไลน์ร่วมสร้างพื้นที่การซื้อขายที่ปลอดภัย ลดปัญหาการหลอกลวงผู้บริโภค