ดัชนี SET หุ้นไทย ปิดวันนี้ที่ 1,190.36 จุด เพิ่มขึ้น 5.43 จุด หรือ+0.46% มูลค่าซื้อขาย 26,578.82 ล้านบาท ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน ทำจุดต่ำสุด 1,186.41 จุด และทำจุดสูงสุด 1,194.65 จุด
โดย หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดได้แก่
1.DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,086.89 ล้านบาท ปิดที่ 73.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
2.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,232.42 ล้านบาท ปิดที่ 162.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
3.BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,033.27 ล้านบาท ปิดที่ 22.40 บาท ลดลง 0.20 บาท
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวแคบ ๆ ในแดนบวก ปริมาณซื้อขายไม่มาก เพราะเป็นสัปดาห์ที่รอคอยความชัดเจนถึงนโยบายภาษีของสหรัฐ ที่จะประกาศในวันที่ 2 เม.ย.นี้ว่าจะมีการเก็บภาษีกับประเทศใดอีกบ้าง
ทั้งนี้การที่ดัชนีบวกขึ้นมาจากแรงหนุนหุ้น DELTA +3.5 จุด ดึงให้กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นทั้งกลุ่ม และการซื้อหุ้นคืนของ HMPRO ทำให้ราคาปรับตัวขึ้น และในช่วงบ่ายกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)มีมติตรึงค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค.ที่ 4.15 บาท/หน่วย เท่างวดปัจจุบัน ทำให้ตลาดหุ้นไทยยืนบวกได้ ขณะเดียวกันตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวได้ดี ตลาดหุ้นอินโดนีเซียฟื้นกลับมาได้
อีกทั้ง ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนปรับตัวขึ้นได้ดี หลังจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลง ซึ่งต่ำกว่าคาด และต่ำสุดนับตั้งแต่ม.ค.64 ทำให้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้จากเดิมคาดไว้ 2 ครั้ง
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์อัพ โดยติดตามประชุมครม.ที่จะมีการพิจารณาเรื่องการแจกเงินหมื่นเฟส 3 , การกระตุ้นท่องเที่ยวผ่านโครงการเที่ยวคนละครึ่ง และพิจารณาโครงการเอนเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ โดยให้แนวรับ 1,181, 1,187 จุด แนวต้าน 1,200 จุด