ดัชนี SET หุ้นไทย ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,131.56 จุด ลดลง 30.25 จุด หรือ -2.60% ด้วยมูลค่าซื้อขายราว 27,778 ล้านบาท ดัชนีปรับตัวลงแรง โดยทำระดับต่ำสุด 1,128.63 จุด สูงสุดที่ 1,156.02 จุด
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ร่วงหลุดแนวรับสำคัญ 1,150 จุด เข้าโหมด Sell-off & Risk-Off กังวลมาตรการภาษี “ทรัมป์” ทำเงินเฟ้อสหรัฐสูง-เศรษฐกิจถดถอย โดยแรงขายหุ้นใหญ่ถ่วงดัชนี อาทิ กลุ่มพลังงาน และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
1.GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,683.54 ล้านบาท ปิดที่ 46.50 บาท ลดลง 2.25 บาท
2.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,618.74 ล้านบาท ปิดที่ 157.50 บาท ลดลง 4.00 บาท
3.PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,497.43 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท ลดลง 1.00 บาท
4.PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,469.43 ล้านบาท ปิดที่ 108.00 บาท ลดลง 7.50 บาท
5.BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,251.20 ล้านบาท ปิดที่ 141.00 บาท ลดลง 3.50 บาท
บล.ทิสโก้ ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ร่วงหลุดแนวรับสำคัญ 1,150 จุด นักลงทุนเข้าสู่โหมด Sell-off & Risk-Off จากความกังวลผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐรุนแรงกว่าคาด เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อสหรัฐสูงขึ้นและอาจทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี(บอนด์ยีลด์) ปรับตัวลงสวนทางราคาทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนนักลงทุนถือสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
โดยตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่มพลังงาน และนิคมอุตสาหกรรม ที่ยังปรับตัวลงต่อ แนะติดตามการบังคับใช้มาตรการภาษีว่าจะมีข่าวดีจากการเจรจาหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีแรงขาดลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเช่นเดียวกับในภูมิภาค
ทั้งนี้มองแนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนีลดช่วงลบลง คาดหวังเม็ดเงินจากกองทุนเข้ามาพยุงตลาด เนื่องจาก SET ปัจจุบัน Valuation น่าสนใจแต่ยังมีความเสี่ยง โดยให้กรอบแนวรับ 1,120 จุด และแนวต้าน 1,150 จุด