นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่มว่า ที่ประชุมได้มีการหารือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายกฏหมายและผู้ปฏิบัติการ รวมถึงผู้ควบคุมระเบียบต่างๆ โดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับไปดำเนินการ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญประชาชน และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากมายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและสาธารณะ
โดย 2 กรณีนี้ สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ไปบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี รวมถึงขึ้นบัญชีดำ ซึ่งจะเป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา โดยได้รับข้อแนะนำจากกฤษฎีกาและอัยการสูงสุด ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการตามเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ และความปลอดภัยตลอดจนสร้างความมั่นใจให้ต่างต่างประเทศ
ส่วนจะมีการตรวจสอบโครงการอื่นอีกหรือไม่นั้น นายฯระบุว่า เอาวันนี้ก่อน เพราะหากขอให้ไปดูกฎระเบียบอื่นๆ ในภายภาคหน้า วันนี้จะไม่มีผลแบบนี้ออกมา เพราะมัวไปนั่งคิดต้องแก้กฎกระทรวง กฎหมาย เพราะวันนี้ไม่มีสภาฯ ต้องรอรัฐบาลหน้าเข้ามาทำ วันนี้ขอเอาเหตุที่กระทบกระเทือนขวัญต่อประชาชนไว้ก่อน พร้อมย้ำว่ากระทรวงคมนาคมรับทราบเรื่องการบอกเลิกสัญญาแล้ว โดยต้องมีการเตรียมเหตุ ในการบอกเลิกสัญญา ซึ่งมีการกำหนดไว้ในกฎหมายอยู่แล้ว โดยการส่งคมนาคม จะรับไปดำเนินการในส่วนของรายละเอียดต่อไป
ส่วนการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ นายอนุทิน กล่าวว่า ดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด ส่วนเรื่องสมุดพก กรมบัญชีกลางระบุว่ากำลังออกเป็นระเบียบอยู่ โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนนี้ (ม.ค.69) หรือต้นเดือนหน้า (ก.พ.69) ซึ่งจะเป็นการบังคับใช้ในอนาคต ซึ่งไม่ได้มีผลย้อนหลัง พร้อมระบุว่า อดีต รมว.คมนาคม ได้ดำเนินการไว้ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี และเราเข้ามาดำเนินการตราออกมาเป็นกฎกระทรวงกระทรวง แต่ยังต้องมีรายละเอียด ข้อบังคับอื่นๆ ที่กรมบัญชีกลางต้องไปร่างออกมา