บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาด SET หุ้นไทย แกว่ง sideways-down ยังมี sentiment ลบกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญภาวะถดถอยและความเสี่ยงสงครามการค้ารุนแรงขึ้น นอกจากนี้ราคาน้ำมันปรับลงแรงน่าจะกดดันกลุ่มพลังงาน อีกทั้งต้องระวังแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนวันหยุดยาว ประเมินแนวรับที่ 1,155 – 1,150 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,167 – 1,172 จุด
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน อาจมีแรงขายลดความเสี่ยงจากความกังวลผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสงครามการค้าที่ ปธน. ทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษีต่อเนื่องและคาดจะมีการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าคาดจะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก และกดดันทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสทำนิวโลว์ อย่างไรดีหาก SET ปรับตัวลงไปในช่วง 1,100-1,130 จุด จะเป็นโอกาสลงทุน เนื่องจากมี Downside จำกัด ขณะที่พิจารณาเศรษฐกิจของจีนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงทั้งภาคการผลิตและบริการจากความไม่ชัดเจนของนโยบายภาษี แต่มองจะไม่แย่อย่างที่ตลาดกังวล ด้านเงินเฟ้อไทย มี.ค. น่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. มากนัก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
มอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงจากความกังวลผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสงครามการค้า ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1.หุ้นที่คาดเป็นเป้าหมาย ThaiESGX โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต 2) ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ 3) จ่ายปันผลสม่ำเสมอ Div. Yield อย่างน้อย 3% หุ้น SET50 ที่ ADVANC BBL BDMS CPALL PTT และ SET100 BCH BTG
2.หุ้นปันผลคุณภาพดี โดย 1) สถิติจ่ายปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 20 ปี และ 2) คาดจ่ายปันผลจากกำไรปี 2567 หลังหักจ่ายระหว่างกาลแล้ว Div. Yield สูงเกิน 4% และ Div. Payout Ratio มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือทรงตัว แนะนำ KTB BBL KBANK
3.หุ้น Undervalued สำหรับลงทุน คัดเลือกหุ้น SET100 ที่คาดเป็นเป้าหมายของกองทุน โดย 1) ปี 2568 คาดกำไรเติบโต 2) มีความสามารถจ่ายดอกเบี้ยสูง 3) ซื้อขายที่ PER และ PBV 2568F ระดับต่ำกว่า -1SD 4) Div. Yield ปี 2568 อย่างน้อย 2% และ 5) มี SET ESG Ratings ระดับ A-AAA แนะนำ MTC MINT BJC CPF
4.Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้ผลบวกทางอ้อมจากเหตุแผ่นดินไหว HMPRO SCCC TRUE ADVANC STECON 2) Domestic Play หากกังวลสงครามการค้ารุนแรงขึ้น CPALL ADVANC TRUE BTG BCH และ 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากเข้าสู่ เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากสถิติให้ผลตอบแทนช่วง เม.ย. เฉลี่ย 2.8% ใน เม.ย. ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPAXT CPALL) กลุ่มท่องเที่ยว (MINT) และกลุ่มการแพทย์ (BCH BDMS)
ปัจจัยสำคัญได้แก่
•กลุ่มโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังผลิต 411,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่ พ.ค. เพิ่มขึ้นจากแผนเบื้องต้นที่ 135,000 บาร์เรล/วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI ลดลง 6.64%DoD ปรับลงแรงสุดนับตั้งแต่ 11 ก.ค. 65 และราคาน้ำมัน Brent ลดลง 6.42%DoD ปรับลงแรงสุดนับตั้งแต่ 1 ส.ค. 65
•WTO แสดงความกังวลเกี่ยวกับการลดลงของปริมาณการค้าโลกและการเกิดสงครามการค้าหลัง ปธน. ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากร โดยคาดจะส่งผลให้ปริมาณการค้าโลกปีนี้ลดลงราว 1%YoY
•คลังประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะได้รับผลกระทบอย่างน้อย 1% จากมาตรการเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ในอัตรา 37% และเผยแนวทางตั้งรับ เช่น ลดการได้เปรียบดุลการค้าโดยนำเข้าเพิ่มขึ้น และเข้มงวดการตรวจสอบสินค้านำเข้าที่อาจสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทยส่งออกไปสหรัฐฯ
•ThaiBMA ชี้สัญญาณผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ลดลงหลังผู้ลงทุนระมัดระวังมากขึ้นขณะที่อาจเห็นผู้ออกหุ้นกู้เลื่อนชำระคืนหุ้นกู้มากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง ล่าสุด 1Q68 พบผิดนัดชำระหนี้แล้ว 3 ราย เลื่อนชำระคืน 9 ราย ชี้บอนด์ยีลด์ต่ำเป็นจังหวะออกหุ้นกู้เพิ่มหลังต้นทุนลด
•นายกสมาคมโรงแรมไทยเผยผลสำรวจนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาท่องเที่ยวไทยระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.นี้ พบ 7 จังหวัดหลัก ได้แก่ กทม. กระบี่ ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี ลดลงราว 25% ผลจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว
•ม. หอการค้าไทยคาดมีมูลค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 134,631 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.5%YoY ซึ่งยังไม่รวมความเสียหายจากแผ่นดินไหวที่คาดจะเสียหาย 15,747.8 ลบ. และทำให้ GDP ปีนี้ลดลงได้อีก 0.08%
หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ CPALL: มองเป็นหุ้นปลอดภัยภายใต้ตลาดผันผวนและคาดเป็นหุ้นเป้าหมายของกองทุน ThaiESGX หลังมี SETESG Rating “AAA” อีกทั้ง Valuation น่าสนใจ โดยซื้อขาย PER 68F ที่ 15.8 เท่า (-2S.D. จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) ขณะที่ 1Q68 คาดกำไรปกติจะเติบโต YoY จากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และคาดจะอยู่ในระดับทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น QoQ จากปัจจัยฤดูกาล
และ GULF: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Bond Yield ที่ปรับตัวลงและคาดเป็นหุ้นเป้าหมายของกองทุน ThaiESGX หลังมี SETESG Rating “AAA” ขณะที่ 1H68 คาดกำไรยังแข็งแกร่งจากขยายกำลังผลิต ส่วนการควบรวมกิจการกับ INTUCH ที่เสร็จสิ้นไปแล้วจะทำให้งบดุลบริษัทดีขึ้น เพิ่มศักยภาพในการกู้ยืม และช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยลงในระยะกลาง