นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทวันนี้ เปิดที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.35 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down ทดสอบโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.25-32.39 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดบ้าง
ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟด โดยฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดได้ประเมินโอกาสราว 17% ที่เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ และโอกาสราว 30% ที่เฟดจะเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 4 ครั้ง ในปีหน้า แม้ว่าโดยรวมรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะออกมาดีกว่าคาดก็ตาม ทั้งอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ซึ่งโต +3.3% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบเป็นรายปี และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims)
นอกจากนี้ เงินบาทได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นทะลุโซนแนวต้านของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ได้อานิสงส์จากการปรับตัวลงของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็เป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์และสกุลเงินต่างประเทศในช่วงปลายเดือน
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท มองกรอบเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ระดับ 32.15-32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ใกล้ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ไปก่อนได้ ในช่วงก่อนตลาดทยอยรับรู้ ผลการวินัจฉัยคดีนายกฯ โดยศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้คาดว่า เงินบาทเสี่ยงผันผวนสูงในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการวินิจฉัยคดีนายกฯ ได้ ซึ่งหากผลการวินิจฉัยดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มความวุ่นวายของการเมืองไทยที่สูงขึ้น ก็อาจกดดันให้ เงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้าง สอดคล้องกับแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ แต่หากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เพิ่มความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทย เรามองว่า เงินบาทก็อาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways เพื่อรอลุ้น