นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ขอให้กระทรวงการคลังแก้ประกาศเพื่อขออำนาจให้ ธปท.เข้าไปดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแอพพลิเคชัน หรือบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ ซึ่งการแก้ประกาศและเปิดรับฟังความคิดเห็นจะใช้เวลา 14 วัน คาดว่าการแก้ประกาศจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 23-29 มกราคม 2569 นี้ และธปท.จะมีการกำหนดเพดานการซื้อขาย โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาวงเงินคาดว่าอยู่ที่ 50 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ธปท.ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้มีการรายงานข้อมูล หากพบว่ามีการซื้อขาย USDT ที่มีปริมาณสูงผิดปกติจะขอให้รายงานธุรกรรมมายัง ธปท. รวมทั้ง จะขยายบทบาท โดยเฉพาะในเรื่องของทุนเทามากขึ้น ซึ่งจะร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เพื่อดูแลป้องปราบมากขึ้น เช่น การซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชัน หรือการซื้อขาย USDT ที่มากผิดปกติ
ขณะที่จากการตรวจสอบธุรกรรมทองคำพบว่า การซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม มีผลต่อค่าเงินบาท โดยมีการซื้อขายหน้าร้าน (Physical) มีอยู่ 15% การซื้อขายทองบนแพลตฟอร์มด้วยสกุลเงินดอลลาร์มี 15% และซื้อขายบนแพลตฟอร์มด้วยสกุลเงินบาท 35%
ทั้งนี้หากดูการซื้อขายที่มีผลต่อค่าเงินบาท จะเป็นร้านค้า และเทรดด้วยเงินบาท โดยในส่วนของร้านค้าอาจจะไม่สามารถทำได้มาก
อย่างไรก็ตาม หากดูธุรกรรมทองคำค่อนข้างใหญ่ และไม่มีหน่วยงานกำกับ มีการซื้อขายทองคำสูงถึง 50-60% ของจีดีพี โดยธุรกรรมร้านทองคำรายใหญ่เฉลี่ยสูงถึง 5 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าหนี้ครัวเรือน 16 ล้านล้านบาท และหากดูธุรกรรมการเทรดทองคำต่อวันเฉลี่ย 6 หมื่นล้านบาท และเคยสูงสุดถึง 2.5 แสนล้านบาท ทำให้เกิดแรงขายดอลลาร์ ซื้อเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่า