แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ส ได้เปิดศูนย์โลจิสติกส์ระดับ ภูมิภาคแห่งใหม่ในประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ นับเป็นการขยายขีดความสามารถด้านการสนับสนุน และการให้บริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Centre of Excellence) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน ช่วยให้การกระจายชิ้นส่วนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้าใน 21 ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่แอร์บัสให้บริการ
วินเซนต์ ดูบรูว์ล รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของแอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ส กล่าวว่า “ศูนย์โลจิสติกส์ระดับภูมิภาคแห่งใหม่นี้ นับเป็นหมุดหมายสำาคัญที่วางตำแหน่งให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลาง ของเครือข่ายการสนับสนุนระดับโลกของเรา การจัดตั้งขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายการดำเนินงานเท่านั้น แต่เป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความคล่องตัว ศูนย์แห่งนี้สะท้อนถึงการลงทุนระยะยาวเพื่อสนับสนุนความสำาเร็จของภารกิจลูกค้า ด้วยการมอบการสนับสนุนที่รวดเร็ว มีความ น่าเชื่อถือ และสามารถคาดการณ์ได้ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในระยะยาว”
ศูนย์โลจิสติกส์ในสิงคโปร์ทำหน้าที่เป็นศูนย์หลักของเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค โดยมีศูนย์กระจาย ชิ้นส่วนเพิ่มเติมในฮ่องกงและเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ศูนย์ทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุน ศูนย์บริการลูกค้า 12 แห่ง พร้อมทีมงานด้านการสนับสนุนวัสดุและโลจิสติกส์โดยเฉพาะ ซึ่งรับผิดชอบการจัดการอะไหล่ การซ่อมบำรุง การดูแลอากาศยานจอดรอซ่อม (Aircraft on Ground: AOG) และโครงการ HCare
ศูนย์แห่งนี้มีพื้นที่เกือบ 2,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยจุดรับ–ส่งสินค้า 4 จุด และจัดเก็บหมายเลขชิ้นส่วน มากกว่า 20,000 รายการ ครอบคลุมอะไหล่ใหม่ รวมถึงงานบำรุงรักษา ซ่อมแซม และยกเครื่อง (Maintenance, Repair and Overhaul: MRO) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ศูนย์โลจิสติกส์แห่งนี้ติดตั้งระบบจัดเก็บอัตโนมัติแบบแนวตั้ง (Vertical Lift Module: VLM) จ านวน 4 ชุด ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บความหนาแน่นสูง ใช้กลไกกลางและชั้นวางในแนวตั้งสำหรับจัดเก็บและเบิกจ่ายชิ้นส่วนโดยตรงถึงจุด ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และลดระยะเวลาในการเข้าถึงชิ้นส่วนสำคัญ ตั้งแต่อุปกรณ์ชิ้นเล็กไปจนถึงชิ้นส่วนขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ศูนย์โลจิสติกส์ยังมีห้องจัดเก็บวัสดุอีลาสโตเมอร์ (Elastomers) เฉพาะทาง ขนาด 55 ตาราง เมตร สำหรับปกป้องสินค้าคงคลังที่มีความอ่อนไหวสูง เนื่องจากวัสดุประเภทที่มีส่วนประกอบของยางมี ความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ จึงมีการควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ระหว่าง 5 ถึง 25 องศาเซลเซียส โครงสร้างในลักษณะ “คลังสินค้าภายในคลังสินค้า” นี้ ช่วยเพิ่มการปกป้องชิ้นส่วนสำคัญได้สูงสุดถึง 2,000 รายการ เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อถือได้และความพร้อมในการปฏิบัติการในระยะยาว
ศูนย์แห่งนี้เริ่มดำเนินการด้วยมูลค่าสินค้าคงคลังเริ่มต้นราว 10 ล้านยูโร และมีแผนจะเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อ ศูนย์โลจิสติกส์ดำเนินงานเต็มศักยภาพ