สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติไอซ์แลนด์ (The Icelandic Meteorological Office) หรือ IMO แจ้งประกาศว่า การปะทุของลาวาเกิดขึ้นบริเวณแนวปล่องภูเขาไฟ Sundhnuksgigar ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของหมู่บ้านชาวประมงในเมืองกรินดาวิก (Grindavik) เบื้องต้น พบว่ารอยแยกบนแผ่นดินมีความยาวประมาณ 500 เมตร ส่งผลให้มีปริมาณลาวาปะทุและไหลบ่าผ่านสิ่งกีดขวางที่เป็นป้องกันทางตอนเหนือของเมืองกรินดาวิก รอยแยกดังกล่าวมีแนวโน้มยกกว้างมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถจะยืนยันได้ชัดเจนว่ารอยแยกนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปทางทิศใต้
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้แจ้ง และทำการอพยพ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านประมาณ 40 หลังในเมืองกรินดาวิก ซึ่งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟบนคาบสมุทรเรคยานส์ หลังจากตรวจพบการไหลบ่าของหินหนืด หรือแม็กม่า นอกจากนี้ ยังตรวจพบพายุที่มีกำลังลมพัดระดับรุนแรง ซึ่งเกิดพร้อมกับการเกิดแผ่นดินไหวนำไปสู่การสั่นไหว ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์การปะทุในครั้งก่อนด้วย
ก่อนหน้านี้ ชุมชนเมือง ซึ่งตั้งอยู่ห่างประมาณ 53 กม. หรือ 33 ไมล์จากเมืองหลวงชื่อว่าเรคยาวิการ ได้ถูกอพยพออกไปจากพื้นที่ดังกล่าวไปเมื่อปี 2024 ผ่านมา หลังจากตรวจพบว่าภูเขาไฟที่เงียบสงบลงมาเป็นเวลานานถึง 800 ปี กลับมามีพลังงานในการปะทุอีกครั้ง นอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวสปาสุดหรูหราและมีชื่อเสียงระดับโลก คือ บลูลากูน Blue Lagoon ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันนั้น ทางการไอซ์แลนด์ดำเนินการสั่งอพยพประชาชน และนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ การประทุของภูเขาไฟ Sundhnuksgigar ดังกล่าว และเริ่มพ่นลาวาในครั้งนี้ นับเป็นการปะทุครั้งที่ 8 ที่ไหลบ่าเข้าสู่ภูมิภาคนี้นับตั้งแต่สิ้นปี 2023 มาถึงปัจจุบัน