นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน กรณีรายได้ไม่พอสำหรับรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมจำนวน 9,111.50 ล้านบาท
อีกทั้งยังได้มอบหมายให้ ขสมก. การแก้ปัญหาสภาพคล่องขององค์กรในระยะต่อไป โดยต้องพิจารณาแผนการปรับเปลี่ยนรถโดยสารทั้งหมดให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากปรับเปลี่ยนได้ครบถ้วนจะทำให้ ขสมก.สามารถถึงจุดคุ้มทุน (Break-even point) ได้ภายใน 5-7 ปี โดยไม่ต้องเข้ามาขอกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นประจำทุกปี
โดยให้ ขสมก. เปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นเจ้าของรถ มาเป็นการเช่ารถทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าซ่อมบำรุงและค่าอะไหล่ ที่เคยเป็นปัญหาหลัก โดยให้บริษัทผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลรถแทน พร้อมเปลี่ยนระบบเก็บค่าโดยสารเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทำให้ลดต้นทุนเรื่องพนักงานลงไปได้ด้วย
ส่วนความคืบหน้าการจัดหารถ ด้วยการประมูลรถเมล์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ได้ข้อยุติและจบกระบวนการเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มรับมอบรถล็อตแรกในปี 2570 และล็อตที่สองอีก 800 คัน เพื่อทดแทนรถระบบสันดาปเดิมในปี 2571 ทั้งนี้ตั้งเป้าลดจากปัจจุบันที่มีกว่า 2,800 คัน ให้เหลือประมาณ 2,300 คัน ที่เป็นรถใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% เมื่อเทียบกับน้ำมัน