นายเซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก ได้วิเคราะห์ 3 สถานการณ์สำหรับทองคำ โดยครอบคลุมผลกระทบทั้งในเชิงบวกปานกลาง เชิงบวกสูง และเชิงลบ
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ได้ผลักดันความต้องการทองคำ เนื่องจากนักลงทุนแสวงหาเครื่องมือป้องกันความผันผวนและเงินเฟ้อ ส่งผลให้เกิดแรงส่งด้านราคาที่สำคัญในปี 2568 ในขณะที่ตลาดพันธบัตรซบเซาและตลาดหุ้นมีการกระจุกตัวสูง นักลงทุนจากทุกภูมิภาคทั่วโลกต่างมีส่วนร่วมในการเติบโตนี้
ความต้องการทองคำในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่งในปี 2568 โดยไตรมาส 3 เป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของปี ทองคำยังคงตอกย้ำการเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนไทยเลือกท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น
นักลงทุนไทยมองทองคำเป็นเครื่องมือที่ช่วยคงมูลค่าและให้ผลตอบแทนในระยะยาว ดังที่เห็นได้จากรายงานแนวโน้มความต้องการทองคำไตรมาส 3 ปี 2568 การลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นความต้องการที่สูงที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2562
แนวโน้มราคาทองคำโลกในปี 2569 ยังคงอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอน ซึ่งถูกสะท้อนให้เห็นในประเทศไทยผ่านการปรับนโยบายภายในประเทศเพื่อเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินและเสริมสร้างความโปร่งใสในตลาดทองคำไทย ยกตัวอย่างเช่นมาตรการด้านการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำที่ซื้อขายทั้งในตลาดและออนไลน์ รวมถึงการรายงานข้อมูล เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและวินัยด้านการกำกับดูแลโดยรวม
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ นักลงทุนย่อมมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อทิศทางการพัฒนาของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 การพิจารณามุมมองเหล่านี้เทียบกับสถานการณ์ทั้ง 3 ที่กล่าวมาจากรายงานแนวโน้มทองคำในปี 2569 จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทองคำจะมีบทบาทอย่างไรในการประเมินและคาดการณ์พอร์ตการลงทุน
ในโลกที่ความผันผวนและเหตุการณ์ไม่คาดคิดกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ ศักยภาพของทองคำในการกระจายความเสี่ยงและปกป้องการลงทุนในภาวะขาลงยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นเดิม