ตลาดซื้อขายทองคำโลก นิวยอร์ก รายงานว่า วันที่ 20 มกราคม 2025 ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา พบว่า ราคาทองคำส่งมอบทันที หรือ Gold Spot ปิดที่ 4,757.33 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +84.84 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +2.0% ส่งผลราคาทองคำปิดขึ้น 2 วันรวมกัน +165.04 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +3.7% นอกจากนี้ ยังเป็นวันแรกที่ราคาทองคำปิดในระดับ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ขณะที่ ราคาสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่แตะระดับ 4,765.93 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ และทำสถิตินิวไฮระหว่างวันครั้งที่ 5 ในเดือนมกราคม และครั้งที่ 5 ของปี 2026
ด้านราคาทองคำล่วงหน้า หรือ Gold Future นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 4,765.80 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +88.10 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +3.7% ส่งผลราคาทองคำปิดขึ้น 2 วันรวมกัน +170.44 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +5.5% และเป็นวันแรกที่ราคาทองคำปิดเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์
ในสัปดาห์ผ่านไป ราคาทองคำโลกปิดขึ้น 1.9% นับเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ในขณะเดียวกัน นับตั้งแต่ต้นปี 2026 มาถึงปัจจุบัน ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งขึ้น 10%
สาเหตุจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐถูกเทขายอย่างหนาตา ส่งผลให้ร่วงลงมากสุดใน 1 วัน ทำสถิติในนอบกว่า 1 เดือน เมื่อสุดสัปดาห์ผ่านมา ปัจจัยความขัดแย้งด้านการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และผู้นำสูงสุดในหลายประเทศของสหภาพยุโรป ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรปรวมถึงสหราชอาณาจักร โดยมีการประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีดังกล่าวสองช่วงระยะเวลา ได้แก่ ขึ้น 10% มีผล 1 กุมภาพันธ์ และขึ้น 25% มีผล 1 มิถุนายน 2026 เพื่อวัตถุประสงค์ในการเจรจาให้ได้มาซึ่งเกาะกรีนแลนด์ ในขณะที่กลุ่มสหภาพยุโรปได้ประกาศมาตรการตอบโต้ด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกามีมูลค่าสูงถึงกว่า 93,000 ล้านเหรียญยูโร และจะใช้มาตรการจำกัดการทำธุรกิจของบริษัทสัญชาติอเมริกันในกลุ่มสหภาพยุโรป
รองประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด ฝ่ายการกำกับดูแล นางมิเชล โบวแมน เปิดเผยว่าภาวะการจ้างงานในสหรัฐอเมริกาอ่อนแอลง จึงทำให้เฟสมีความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นถ้าหากมีความจำเป็น
ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือเฟด ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 27 ถึง 28 มกราคมนี้ นับเป็นครั้งแรกของการประชุมในปี 2026 นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยจำนวน 2 ครั้งๆ ละ 0.25% ในปี 2026