ธนาคารเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ถึงแม้จะเกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดทองคำโลกช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาก็ตามธนาคารยังคงยืนยันในมุมมองราคาทองคำโลกในระยะกลางที่จะอยู่ในภาวะตลาดที่คึกคักต่อไป ซึ่งเป็นผลมาจากแนวโน้มที่ชัดเจนในการกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์ในตลาดทุน โดยเฉพาะผลตอบแทนจากการลงทุนในทองคำที่มีมากกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดทุน
ราคาทองคำตลาดโลกจะเคลื่อนไหวไปถึงที่ระดับ 6,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อภายในสิ้นปี 2026 นี้ ปัจจัยบวกมาจากความต้องการซื้อทองคำแท่งของธนาคารกลางทั่วโลกเกิดขึ้นต่อเนื่องคาดการณ์ว่าในปี 2026 ธนาคารกลางทั่วโลกจะซื้อทองคำสะสมรวมกันถึง 800 ตัน เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีเป้าหมายในการกระจายความเสี่ยงในทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ในปลายสัปดาห์ผ่านไป ธนาคารเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค เปิดเผยว่า ราคาทองคำตลาดโลกจะขึ้นไปเคลื่อนไหวสูงสุดที่ระดับ 8,000 ถึง 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยมองว่าสถาบันการเงิน และนักลงทุนกลุ่มระดับเศรษฐี จะเพิ่มลงทุนทองคำจาก 3% เป็น 4.6% ของสินทรัพย์ลงทุนในปัจจุบัน ด้วยการขายพันธบัตร หรือหุ้นกู้ออกมา
ทั้งนี้ ราคาทองคำในตลาดโลกดำดิ่งลงอย่างรุนแรงถึงสองวันติดต่อกันผ่านไปเริ่มจากวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2026 ราคาทองคำตลาดโลกปิดตลาดร่วงลงมาถึง -9.3% ทำสถิติราคาทองคำดำดิ่งใน 1 วันมากที่สุด และเลวร้ายที่สุดในรอบ 43 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1983 เป็นต้นมา และในคืนที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันแรกของการซื้อขายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาทองคำปิดลดลงถึง -3.7% ส่งผลให้ราคาทองคำตลาดโลกดำดิ่งรวมกันกว่า -13% และเข้าสู่ภาวะปรับฐานอย่างสมบูรณ์แบบหรือ Correction นั่นหมายถึงราคาทองคำตลาดโลกมีราคารดำดิ่งลงมากกว่า 900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เมื่อเทียบจากราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ที่มีราคากว่า 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา