ธปท. ชี้ เหตุการณ์ในเวเนซุเอลา เป็นช็อคโลกครั้งที่ 2 เพิ่มความไม่แน่นอน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจจะมีช็อคที่ 3 เปลี่ยนตัวประธานเฟด กระทบการค้า การทหาร การเงินทั่วโลก

นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวว่า กรณีสหรัฐฯ เปิดปฏฺบัติการทางทหารกับประเทศเวเนซุเอลานั้น สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นช็อคโลกครั้งที่ 2 จากสหรัฐ โดยช็อคแรกเกิดขึ้นเมื่อต้นปีก่อนในเรื่องของการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า ส่วนต้นปีนี้เป็นช็อคเรื่องปฏิบัติการทางด้านทหาร และคาดว่าปีหน้าอาจจะมีช็อคที่ 3 ที่จะเขย่าการเงินโลกหลังจากจะมีการเปลี่ยนตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้ง 3 ส่วนนี้ การค้า การทหาร และการเงินโลก สหรัฐมีบทบาทสำคัญในทุกมิติ

อย่างไรก็ดี กรณีผลกระทบจากเหตุการณ์ในเวเนซุเอลานั้น ผลกระทบหลักที่ต่อโลกคือด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะเชื่อมโยงมายังด้านเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และที่สำคัญ จะทำให้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลกมีเพิ่มสูงขึ้น และสิ่งที่จะตามมาคือ การลงทุนอาจจะชะลอตัว โดยผลกระทบจากเวเนฯ ตอนนี้เรื่องเศรษฐกิจ อาจเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องหลักคือ ผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์ และต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจ…กนง.ยังไม่มีมุมมองเรื่องนี้ แต่กำลังประเมินผลกระทบการเปิดฉากทางการทหาร จะส่งผลอย่างไรต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แน่นอนว่า ความไม่แน่นอนจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่จะเห็นผลชัดเจนอย่างแรก คือ การลงทุนที่จะชะลอตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตาม

ขณะที่เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา และมองไปข้างหน้า ที่ระดับ 2% ยังต่ำกว่าศักยภาพ ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจเราอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้อง transit ต้องปรับตัวกับบริบทใหม่ และในช่วงปรับตัวนี้ เราวิ่งเต็มที่ไม่ได้ ต้องชะลอลงนิดนึง กลไกหนึ่งที่จะช่วยเสริมการปรับตัว คือการเสริมสภาพคล่อง และสินเชื่อ ดังนั้น timing ที่ออกโครงการนี้เข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องให้ SME เป็นการให้สินเชื่อในการปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ เน้นไปที่ธุรกิจใน sector ที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดีในอนาคต และไม่ว่าจะเป็น sector ใดก็ตาม หากนำสินเชื่อไปใช้ในการปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพ ก็เป็นสิ่งที่เราสนับสนุน 

อย่างไรก็ตาม ลำพังในส่วนของสินเชื่อเอง อาจจะไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่เป็นเพียงตัวเสริมให้ภาคธุรกิจได้เกิดการปรับตัว ซึ่งหากการปรับตัวของภาคธุรกิจเกิดขึ้นได้จริง ก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศในระยะถัดไปได้ 

ขณะที่ ผู้ประกอบการ SME ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย อีกทั้งยังมีการจ้างงานในระดับสูง ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะที่เติบโตได้ต่ำกว่าศักยภาพ และกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ดังนั้น การออกมาตรการทางการเงิน เช่น โครงการ SMEs credit boots ในช่วงเวลานี้ ถือว่ามีความเหมาะสม และจะเข้ามาช่วยเสริมนโยบายการเงิน เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เพราะที่ผ่านมา สินเชื่อ SME หดตัวต่อเนื่องมานาน และธุรกิจ SME มี NPL ในระดับสูงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่พอสมควร ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ไม่กล้าที่จะปล่อยสินเชื่อ เพราะกังวลความเสี่ยง

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles