นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป้นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือ “Connect the Dots” ร่วมกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ กระทรวงการคลัง โดยเปิดเผยว่า ที่ประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการหารือมาตรการเร่งด่วนเพื่อบูรณาการข้อมูลและอุดรอยรั่วในระบบการเงินที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน โดยเฉพาะตัวกลางทางการเงิน ที่มีทั้งหน่วยงานกำกับดูแลและไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลชัดเจน เช่น ทองคำ ซึ่งยังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูล
เพื่อให้การดำเนินงานของระบบศูนย์ข้อมูลกลาง (Data Bureau) สัมฤทธิผล ที่ประชุมจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
1.ปรับลดเพดานรายงานธุรกรรมทองคำแท่ง (Physical Gold) มอบหมายให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลธุรกรรม
รวมทั้งให้ ปปง. พิจารณาปรับลดวงเงินการรายงานธุรกรรมของร้านค้าทองคำ จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้พิจารณาปรับลดวงเงินลงมา เพื่อให้ครอบคลุมธุรกรรมที่อาจมีการแตกยอดเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ
2.จัดระเบียบทองออนไลน์ (Online Gold) หรือการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มโดยไม่มีการส่งมอบของจริง นายอนุทิน สั่งการให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลังเพื่อควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และให้ กรมสรรพากร พิจารณากำหนดให้ผู้ให้บริการต้องจัดทำบัญชีพิเศษ และนำส่งข้อมูลธุรกรรมให้สรรพากรตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ศึกษาแนวทางการจัดเก็บ “ภาษีธุรกิจเฉพาะ” สำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยให้ดำเนินการร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม
3. ในส่วนของ สินทรัพย์ดิจิทัล ที่ประชุมมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นำหลักการ “Travel Rule” มาบังคับใช้ เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกรายต้องรวบรวมข้อมูลธุรกรรมระหว่างกระเป๋าเงิน (Wallet) ทั้งต้นทางและปลายทาง เพื่อให้สามารถระบุตัวตนผู้โอนและผู้รับโอนได้อย่างชัดเจน
โดยเป้าหมายสูงสุดของการทำ Data Bureau คือการนำข้อมูลธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดมาเชื่อมโยงกันอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ เพื่อติดตามและยกระดับการตรวจสอบพฤติกรรมที่ผิดปกติได้อย่างทันท่วงทีรวมทั้งการจัดทำ Data Bureau จะเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มความเสี่ยง (Risk Profiling) ของธุรกรรมการเงินแต่ละประเภท โดยจะให้ความสำคัญสูงสุดฝยเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล