นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่านายกฯ ได้แจ้งให้ ครม.รับทราบว่าได้รับแจ้งมีวัตถุกระสุนและวัตถุระเบิดจากทางฝั่งกัมพูชามาตกที่ทางฝั่งไทย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ โดยแม่ทัพของทั้งสองฝ่ายกําลังคุยกันอยู่ในขณะนี้ ทางรัฐบาลมีท่าทีที่ชัดเจนว่าหากการกระทําดังกล่าวมีผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย เราจะดําเนินการด้วยความเหมาะสมตามหลักการโต้ตอบอย่างสากล ซึ่งขณะนี้ทางกัมพูชาได้พยายามแจ้งมาโดยกล่าวอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งรัฐบาลไทยเรียกร้องให้ทางกัมพูชาแสดงความจริงใจ โดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือประท้วง ส่วนผลการดําเนินการต่อไป จะทําอย่างไร จะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะโต้ตอบกัมพูชา และรักษาอธิปไตยของประเทศไทยไว้สูงสุด เหมือนที่เคยดําเนินมา
นายกฯ ห่วงใยสถานการณ์การปะทะกัน ระหว่างไทยกับกัมพูชาในรอบที่แล้ว โดยได้รับแจ้งมาจากประชาชนจํานวนมาก ว่า การเยียวยาบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายไม่เป็นไปตามสัดส่วนที่เหมาะสม จากที่ได้เห็นจากข่าว ซึ่งเรื่องนี้นายกฯ ตระหนักดี จึงได้สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง ในการกําหนดหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อเยียวยากรณีที่บ้านเรือนเสียหาย ในลักษณะนี้ เนื่องจากระเบียบเก่าที่ใช้มา เมื่อถึงเวลาเกิดสถานการณ์จริง รายจ่ายที่จะไปจ่ายเยียวยาให้ประชาชนมันไม่ตอบสนอง และไม่สะท้อนกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง นายกฯ จึงให้แนวทาง ยกตัวอย่าง เช่น ค่าเสียหายต่อไปนี้ อาจจะต้องมีการประเมินจากมูลค่าบ้าน อาจจะมีการชดเชยให้การช่วยเหลือประมาณร้อยละ 70 ของราคาประเมินบ้าน เป็นต้น ซึ่ง ปภ.และกระทรวงการคลังรับไปดําเนินการ
นอกจากนี้ มีประชาชนจํานวนมากได้สอบถามมาว่าเงินเยียวยาในรอบนี้จะจ่ายเมื่อไหร่ ซึ่งเรื่องนี้ได้ผ่าน ครม.ไปเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่เทศกาลปีใหม่ โดยมีกําหนดระยะเวลาสามสิบวัน ซึ่งขณะนี้กระบวนการอาจจะติดขัดอยู่ เนื่องจากจะต้องส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาก่อน จึงอาจเกิดการล่าช้า ตั้งแต่รัฐบาลก็จะเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด