กรุงไทย คาดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรครึ่งปีหลัง ถึงปี 69 ยังเสี่ยง จากภาษีสหรัฐฯ ต้นทุนค่าจ้าง การแข่งขันสูง กลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นต่ำโดนหนัก 

Krungthai COMPASS  ธนาคารกรุงไทย ประเมินการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ไตรมาส 2/2568 จะยังขยายตัวต่อเนื่องมองครึ่งปีหลังผลจากการปรับขึ้นภาษีสหรัฐฯจะยิ่งกระทบกลุ่มสินค้าที่มี Margin ต่ำ

โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 อยู่ที่ 15,272 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 5.1 แสนล้านบาท ขยายตัว 4.2%YoY หลังจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 0.2%YoY โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ได้แก่ ยางพารา ไก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยงและสิ่งปรุงรสอาหาร ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัวแรง ได้แก่ ข้าว

สำหรับสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ไก่ 11.2%YoY จากความต้องการนำเข้าของสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้น ส่วนยางพารา 4.3%YoY และอาหารสัตว์เลี้ยง 9.1%YoY ขยายตัวจากการเร่งนำเข้าก่อนที่มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ ขณะที่อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 2.8%YoY ได้รับผลบวกจากเร่งกักตุนจากความกังวลต่อสงครามการค้า เนื่องจากเป็นสินค้าโปรตีนราคาถูกที่เก็บได้นาน

Krungthai COMPASS มองว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2568 จนถึงปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยจะเผชิญ 4 ปัจจัยกดดันที่สำคัญ ได้แก่ 1. มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จะยิ่งกระทบกับผู้ประกอบการที่มี Margin ต่ำ และพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูง ได้แก่ กุ้งสดแช่เย็น แช่แข็งและ แปรรูป ปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง และข้าว 2. ต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3. มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าที่เข้มงวดอาจทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้น และ 4. การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากอุปทานสินค้าเกษตรโลกที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles