ประธานบีวายดีตั้งเป้าดันยอดขายต่างประเทศปีนี้ 8 แสนคันพุ่งอีกกว่า 90% เน้นซื้อชิ้นส่วนจากจีนไปประกอบในโรงงานบีวายดีในต่างประเทศ ชี้รัฐบาลยันผู้บริโภคเป็นมิตรกับบีวายดี ลั่นจะมีกำไรผลิตรถต่อคันแซงโตโยต้าแน่ ปี 67 ฟันกำไรกว่า 180,000 ล้านบาทมากเป็นประวัติการณ์

นายหวาง ฉวนฟู่ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ค่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดี ซึ่งเป็นแบรนด์รถไฟฟ้า หรือรถบีอีวี(แบตเตอรีไฟฟ้า 100%) ชื่อดังและใหญ่ที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ กล่าวกับบรรดานักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินหลายแห่งในวันนี้ ว่า บีวายดีตั้งเป้าจะเพิ่มยอดขายในตลาดต่างประเทศในปี 2025 ที่ระดับ 800,000 คันซึ่งนั่นหมายถึงเพิ่มขึ้นถึงอีก 91% จากยอดขายในประเทศของบีวายดีที่ทำได้ 417,204 คันในปีผ่านไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมองเห็นโอกาสในการที่จะทำตลาดในประเทศอังกฤษมากขึ้น

บีวายดียังมองเห็นโอกาสที่สามารถเติบโตต่อไปทั้งในละตินอเมริกาและอาเซียน สาเหตุจากทั้งรัฐบาลและผู้บริโภคล้วนมีความเป็นมิตรกับแบรนด์สัญชาติจีน อย่างไรก็ตามบีวายดีมีแผนที่จะเปิดและทำตลาดรถบีวายดีในทวีปอเมริกาเหนือซึ่งได้แก่สหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดยเฉพาะในช่วงระยะสั้นนี้เนื่องจากความขัดแย้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ในปัจจุบันรถยนต์แบรนด์บีวายดีได้ถูกตั้งกำแพงภาษีสูงสุดถึง 100% เมื่อนำเข้าขายในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ซีอีโอ ค่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดี กล่าวว่าท่ามกลางสงครามการค้าและสงครามภาษีที่มีผลรุนแรงในอนาคตนั้นบีวายดีใช้กลยุทธ์ในการรักษาต้นทุนการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ด้วยการซื้อชิ้นส่วนหลักสำคัญจากประเทศจีนแล้วนำไปประกอบภายในโรงงานที่ตั้งอยู่ในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ซีอีโอบีวายดีไม่ได้ระบุลงไปในรายละเอียดชัดเจนว่าหมายถึงโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศใดกันบ้าง

ปัจจุบันบีวายดีมีโรงงานประกอบรถยนต์ของตนเองอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโรงงานที่ก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกนอกประเทศจีนและมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน โรงงานบีวายดีที่ประเทศบราซิล ในปัจจุบันเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบีวายดีที่อยู่นอกประเทศจีน ฮังการี และตุรกี

นายหวาง ฉวนฟู่ กล่าวต่อไปว่าได้ตั้งความหวังว่ายอดการส่งออกของรถบีวายดีในตลาดต่างประเทศจะสนับสนุนให้บริษัทมีกำไรเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำไรของบริษัทในภาพรวมส่วนใหญ่จะมาจากตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้บีวายดียังตั้งเป้าที่จะสร้างโรงงานได้ต่างประเทศโดยไม่มีความจำเป็นจะต้องร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในท้องถิ่นเนื่องจากปีไว้ดีมีทรัพยากรทางการเงินเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ซีโอบีวายดีมีความมั่นใจว่าความสามารถในการทำกำไรต่อรถ 1 คันของแบรนด์บีวายดี จะแซงโตโยต้า เมื่อกำลังการผลิตของบีวายดีในภาพรวมทั้งหมดขึ้นไปเสมอโตโยต้า เนื่องจากการควบคุมต้นทุนของบีวายดีทำได้ดีกว่า

เมื่อวานที่ผ่านมาบีวายดีได้ประกาศผลการดำเนินงานของปี 2024 ที่ผ่านมาปรากฏว่า ในไตรมาสที่สี่ของปี 2024 บีวายดีมีกำไรพุ่งสูงถึง 73.1% ที่ 15,000 ล้านหยวน หรือ 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 71,400 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นการทำกำไรที่สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบีวายดี ส่งผลให้ตลอดทั้งปี 2024 บีวายดีมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 34% ที่ 40,300 ล้านหยวน หรือ 189,410 ล้านบาท

สำหรับการตั้งเป้ายอดขายของบีวายดีในภาพรวมทั้งหมดปี 2025 นั้น ซีอีโอบีวายดีเปิดเผยว่าได้กำหนดตัวเลขไว้ที่ 5.5 ล้านคัน ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ เช่น รถไฟฟ้ารุ่นซีกัล 5 ประตู ด้วยราคาน้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 340,000 บาท นอกจากนี้ บีวายดียังได้แนะนำฟังก์ชันการขับขี่อัจฉริยะ โดยไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมอีก

ทั้งนี้ บีวายดีเตรียมผลักดันเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัจฉริยะ ที่สามารถเข้าถึงได้ไปยังตลาดทั่วโลกภายในปี 2026 ถึง 2027 นี้ ที่สำคัญบีวายดียังเตรียมที่จะจัดส่งพนักงานชาวจีนออกไปทำงานในเครือข่ายบีวายดีที่อยู่ทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น เพื่อบริหารและปฏิบัติการนำเอาเทคโนโลยีขับคลื่นอัจฉริยะไปสู่ตลาดโลก บีวายดีได้มีการจ้างงานพนักงานเพิ่มเป็น 8,000 คนในสายงาน พัฒนาซอฟต์แวร์อัจฉริยะ และชิ้นส่วนซอฟต์แวร์ จากเดิมที่มีพนักงานในสายงานนี้ 5,000 คน

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles