ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันที่ 1 เมษายน 2025 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 71.20 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -0.28 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -0.39% เมื่อวันจันทร์ผ่านมา มีราคาปิดน้ำมันดิบที่สูงสุดตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ หรือในรอบ 5 สัปดาห์ ด้านราคาน้ำมันดิบ เบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 74.49 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -0.28 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -0.37% เมื่อวันจันทร์ผ่านมาเป็นราคาปิดน้ำมันดิบที่สูงสุดตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ หรือในรอบ 5 สัปดาห์
ในสัปดาห์ผ่านไป ราคาน้ำมันดิบทั้ง 2 ตลาดโลกปิด +1.6% และ +1.9% ตามลำดับ ส่งผลปิดขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน และตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ราคาน้ำมันดิบทั้ง 2 ตลาดตกค่ำนั้น ปรากฏว่า มีราคาฟื้นตัวสูงขึ้น +6% และ +7% ตามลำดับ
สาเหตุจากตลาดมีความกังวลกับการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ที่จะประกาศในคืนวันนี้ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางแนวโนเศรษฐกิจสหรัฐจะเกิดถดถอยจากผลพวงของสงครามการค้าทั่วโลก ความไม่แน่นอนของนโยบายและมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ ในวันจันทร์ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ การจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรและขึ้นภาษีนำเข้าน้ำมันดิบกับรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบ 1 ใน 3 รายใหญ่ของโลก แนวโน้มสูงในการความขัดแย้งการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่อาจนำไปสู่การโจมตีและการคว่ำบาตรพลังงานของสหรัฐที่มีต่ออิหร่าน การประกาศมาตรการเก็บภาษีขึ้นสูง 25% กับประเทศใดก็ตามที่ซื้อน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติจากประเทศเวเนซุเอลา ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐประกาศให้ถึงวันที่ 27 มีนาคมนี้ เพื่อให้บริษัทเชฟร่อน ซึ่งเป็นบริษัทผลิพลังงานของสหรัฐอเมริกาลดการดำเนินงานการผลิต และการส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในประเทศเวเนซุเอลา
ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันทุกรายในประเทศไทยปรับราคาขายน้ำมันมีผลวันที่ 27 มีนาคมนี้ โดยลดราคาทุกชนิดลง 50 สตางค์/ลิตร นับเป็นการปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกครั้งที่ 4 ต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2025 เป็นต้นมา ส่งผลเป็นราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและกลุ่มแก๊สโซฮอลล์มีราคาขายถูกสุดใน 2 ปี 3 เดือนกว่า หรือตั้งแต่ 9 ธันวาคม 2022 และน้ำมันดีเซลมีราคาขายถูกสุดใน 10 เดือน หรือตั้งแต่ 24 พฤษภาคม 2024