นายโฮวาร์ด ลุทนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีนายโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำสูงสุดไต้หวันได้บรรลุข้อตกลงการเจรจาภาษี และการค้าของทั้งสองฝ่ายรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปรับลดอัตราภาษีตามตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs จากเดิมที่ประกาศไว้ 20% ลงเหลือ 15% ให้กับไต้หวัน นอกจากนี้สหรัฐอเมริกายกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าในสินค้าหลายรายการของไต้หวัน ได้แก่ เวชภัณฑ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ชิ้นส่วนและอะไหล่เครื่องบินรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุเป็นต้น
ในขณะที่ ส่วนหนึ่งของข้อตกลงในครั้งนี้ บริษัทผลิตไมโครชิพ และบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีไมโครชิพของไต้หวันตกลงจะลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8 ล้านล้านบาท ในการสร้างโรงงานผลิตไมโครชิพในสหรัฐอเมริกา รัฐบาลไต้หวันจะเป็นผู้รับประกันเงินเครดิตมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับบริษัทของไต้หวันเหล่านี้
การประกาศดังกล่าวถือเป็นการส่งเสริมบรรยกาศการลงทุนของทั้งสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน สำหรับภาษีศุลกากรในอนาคตภายใต้กฎหมายมาตรา 232 จะมีข้อยกเว้นบางอย่างสําหรับบริษัทที่กําลังสร้างโรงงานผลิตไมโครชิพอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น บริษัทไต้หวันที่สร้างโรงงานไมโครชิพแห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ทีเอสเอ็มซี TSMC สามารถนําเข้าไมโครชิพได้ถึง 2.5 เท่าของกําลังการผลิตที่คาดไว้จากโรงงานที่กําลังก่อสร้าง ในขณะที่ โรงงานที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ไม่ต้องจ่ายภาษีศุลกากรภายใต้กฎหมายดังกล่าว
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทผลิตไมโครชิพของไต้หวันที่ไม่ได้สร้างในสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มที่จะถูกเก็บภาษีสูงถึง 100% สำหรับวัตถุประสงค์สำคัญของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา คือการนํา 40% ของห่วงโซ่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันไปยังสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน บริษัททีเอสเอ็มซี ซึ่งเป็นบริษัทผลิตไมโครชิพสัญชาติไต้หวันระดับชั้นนำและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกนั้น ได้สร้างโรงงานผลิตไมโครชิพในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ด้วยการลงทุนมากถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.26 ล้านล้านบาท เพื่อผลิตไมโครชิพสําหรับลูกค้าบริษัทชั้นนำต่างๆ เช่น แอปเปิล และเอ็นวิเดีย โดยใช้เงินช่วยเหลือก่อนหน้านี้จากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมายชิพ