เศรษฐกิจไทยปี 69 เหนื่อยแน่นอน ซีอีโอกลุ่มเรเว่ ชี้ตลาดรถในไทยซบเซาใน 10 ปี กำลังซื้อชะลอ แบงก์ไม่ปล่อยกู้ บีวายดีตอกย้ำไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถ หากรัฐบาลหนุนชัดเจน โรงงานแห่งที่ 2 และ 3 อาจผุดในไทย

เศรษฐกิจ ไทยปี 69 เหนื่อยแน่นอน ซีอีโอกลุ่มเรเว่ ชี้ ตลาดรถ ใน ไทย ซบเซาใน 10 ปี กำลังซื้อชะลอ แบงก์ไม่ปล่อยกู้ บีวายดีตอกย้ำไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถ หากรัฐบาลหนุนชัดเจน โรงงานแห่งที่ 2 และ 3 อาจผุดในไทย

คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ กลุ่มธุรกิจเรเว่ (Rêver Automotive) ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถแบรนด์บีวายดี (BYD) รายใหญ่ที่สุด และเป็นทางการของประเทศไทย แสดงวิสัยทัศน์บนเวทีสัมมนาใหญ่ของครอบครัวข่าว 3 แห่งปี 2026 ชื่อว่า ทิศทางโลกทิศทางไทย กล่าวว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 ไปในทิศทางเดียวกับผู้นำองค์กรท่านอื่นว่าเหนื่อยแน่นอน โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ในไทยเหนื่อยสุดในรอบ 10 ปี ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัวได้เห็นมา 3 ปีที่ผ่านมา เราก็มีการเติบโตแต่ตอนนี้เกือบจะเหลือครึ่งเดียวของตลาดรวม สาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากความต้องการซื้อที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้มงวดของสถาบันการเงินที่มีการปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะ และรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงหนี้ครัวเรือนและปัญหาสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ในด้านการลงทุนและการผลิต เรายืนยันความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ การที่บีวายดี BYD เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยด้วยกำลังการผลิตกว่า 150,000 คันต่อปี ไม่ใช่แค่เพื่อขายในประเทศ แต่คือการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางในการส่งออกไปยังยุโรป และทั่วโลก สิ่งนี้จะดึงดูดซัพพลายเออร์ในธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วน แบตเตอรี่ และชิป ให้เข้ามาลงทุนในไทยตามมา สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

หากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เราอาจจะได้เห็นโรงงานแห่งที่ 2 หรือ 3 ของผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติผุดขึ้นในไทย ถ้ามีการสนับสนุนจากภาครัฐได้อย่างชัดเจน เมืองไทยสามารถเป็นศูนย์กลางในการผลิตออกไปได้ทั่วโลก

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่รถอีวีในไทยนั้นเป็นเรื่องน่าทึ่งที่ส่วนแบ่งตลาดรถอีวีกระโดดจาก 1-2% เมื่อ 3 ปีก่อน มาเป็นกว่า 20% ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกกลุ่มที่ยังไม่พร้อมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องที่อยู่อาศัย รถในกลุ่มปลั๊กอิน-ไฮบริด หรือ “PHEV (Plug-in Hybrid) จะเป็นสะพานเชื่อมผู้บริโภคที่น่าสนใจ

ดังนั้น กลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทเรเว่ฯ ในระยะต่อไป คือการนำเสนอรถยนต์กลุ่ม PHEV ให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่อยู่คอนโดหรือยังกังวลเรื่องสถานีชาร์จ โดยมองว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นรอยต่อสำคัญก่อนที่โครงสร้างพื้นฐานจะครอบคลุมสมบูรณ์ 100%

สำหรับความกังวลเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้านั้น ประเทศไทยคือที่ 2 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ในแง่โครงสร้างพื้นฐานรถอีวี แต่หากมองในแง่พื้นที่ครอบคลุมและการใช้งานจริง ไทยแทบจะเป็นผู้นำ เพราะสิงคโปร์เป็นเกาะเล็กๆ ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คาดว่าเทคโนโลยีการชาร์จไฟฟ้าจะเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง หัวชาร์จจะจ่ายไฟได้แรงขึ้น แบตเตอรี่จะรับไฟได้เร็วขึ้น แทนที่จะนั่งรอกันเวลา 15-20 นาที อาจจะเป็น 5 นาที หรือ 3 นาที

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles