นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงิน ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Connect the Dots) ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่า ขณะนี้กลไกการตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานมีการเดินหน้าเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อที่จะเริ่มกระบวนการในการตรวจสอบธุรกรรมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัล หลังพบความผิดปกติในการซื้อขาย USDT ในศูนย์การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) โดยยืนยันว่าระบบเริ่มทำงานแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ คงต้องมาอัปเดตกันอีกครั้งถึงความคืบหน้าในแต่ละส่วน อาจเป็นช่วงหลังการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว
ส่วนมาตรการเรื่องการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับธุรกิจการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการจัดเก็บภาษีนำเข้าทองคำ เพื่อสกัดเงินบาทแข็งค่านั้น ยังไม่ได้มีการดำเนินการ เพราะเรื่องภาษียังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้ออกประกาศเจ้าพนักงานในการคุมเข้มธุรกรรมทองคำ 2 ฉบับ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท และป้องปรามการฟอกเงิน ทั้งคุมเพดานซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยจำกัดวงเงินซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันในรูปสกุลเงินบาท ไม่เกิน 50 ล้านบาท/คน/วัน เริ่ม 1 มี.ค.69 เป็นต้นไป และ ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ ที่มีมูลค่าการซื้อขายทองคำในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 1 หมื่นล้านบาทต่อปีขึ้นไป เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทองคำตามแบบ วิธีการ และกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนดไว้ในเว็บไซต์ของ ธปท. รวมถึงต้องเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทองคำ ไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ โดยในส่วนนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 27 ม.ค.69 เป็นต้นไป