นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีเงินบาทแข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์ ว่า ต้องยอมรับว่ามีแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างเยอะ ทั้งในเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยนโยบาย และการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ รวมถึงปัจจัยแมคโครของสหรัฐที่กดดันดอลลาร์อ่อนค่า ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อการปรับขึ้นและลงของทิศทางค่าเงินบาท รวมถึงปัจจัยดุลบัญชีเดินสะพัด และพอร์ตลงทุนของต่างประเทศอีกทั้ง ทองคำยังเป็นปัจจัยเข้ามาเสริม หรือ Amplifier ค่าเงินบาทให้แข็งค่ามากขึ้น ซึ่งหากดูค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มาจากโฟลว์ของทองคำที่มีสัดส่วนการขายทองคำถึง 35% ของธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน (FX)
ดังนั้น การเข้าไปดูธุรกรรมทองคำเป็นเรื่องสำคัญ แต่อาจจะไม่ได้ทำให้ค่าเงินบาทหยุดแข็งค่าในทันที เนื่องจากยังมีกระแสเงินทุนไหลเข้า (Fund Flow) ที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรมากขึ้นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่ง ธปท.ไม่สามารถควบคุมได้
ในส่วนของธุรกรรมทองคำ ธปท.จะออกประกาศ 2 ฉบับ คือ 1.ฉบับแรกจะให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีการซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ 15 ราย ส่งข้อมูลรายงาน เช่น ใครซื้อ-ใครขายเกินจุดที่กำหนดหรือมอนิเตอร์ไว้ อาทิ เกิน 20 ล้านบาท เพื่อให้ ธปท.มีข้อมูลเพียงพอ และสามารถออกประกาศในระยะถัดไปได้ และ 2.ประกาศเจ้าพนักงาน กำหนดเพดานควบคุมการซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันกำลังพิจารณาวงเงินอยู่ที่ 50-100 ล้านบาทต่อคนต่อวัน ซึ่งปัจจุบันวงเงินดังกล่าวมีสัดส่วนการเทรดทองคำราว 1-1.5% แต่หากดูในแง่มูลค่าถือว่าค่อนข้างเยอะ เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยจะกระจายการซื้อทองในช่วงราคานิ่ง ๆ แต่ในช่วงราคาขึ้นจะมีการเทขายฝั่งเดียว ซึ่งจะกระทบเงินบาท
อย่างไรก็ดี การกำหนดเพดานการซื้อขายจะไม่กระทบในส่วนของคนที่มีทองคำอยู่แล้ว รายย่อย และร้านทอง โดยประกาศดังกล่าวน่าจะออกมาได้ภายในวันที่ 23-29 มกราคมนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้จริงได้ภายในเดือนมีนาคม 2569 เนื่องจากจะต้องให้ร้านทองทำระบบ ซึ่งจะต้องใช้เวลา สิ่งที่ ธปท.ดูแลได้จะมีด้วยกัน 2 เรื่อง คือใส่ข้อจำกัดบางอย่าง เช่น คนไทยที่มีการนำเงินเข้าเกิน 200,000 ดอลลาร์ จะต้องมีการตรวจเข้มขึ้น ,การตรวจธุรกรรมร้านทอง ที่มีการขายเงินดอลลาร์ และซื้อบาท โดยไม่มีธุรกรรมทองคำ และคลายเกณฑ์การนำรายได้กลับเข้าประเทศ ขยายวงเงินจาก 1 ล้านดอลลาร์ เป็น 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจากเดิมผู้ประกอบการจะต้องขายดอลลาร์ทันที
“ธปท.ไม่สามารถคุมตลาดให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าได้ตามใจ หรือการเข้าไปดูแลแทรกแซง (intervene) เหมือนในช่วงปี 40 ไม่ได้ เพราะเรามีเรื่องของข้อตกลงห้ามบิดเบือนค่าเงินเพื่อผลทางการค้า หรือ Currency Manipulation เราทำได้จำกัดมากขึ้น ทำให้ผลมีจำกัด และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามายังเป็นปกติ เป็นการลงทุนในตลาดหุ้นและบอนด์ของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ หากเราสามารถทำเรื่องทองได้สมบูรณ์ จะช่วยเรื่องค่าเงินบาทได้บ้าง แต่ Position ไม่รู้จะอยู่ตรงไหน แต่อยากเห็นบาทอ่อนตามปัจจัยพื้นฐาน แต่เราไม่ได้อยู่ในจุดที่คุมดอลลาร์อยู่ตรงไหนได้”