เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 หรือในคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด ครั้งแรกของปี 2026 มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50 ถึง 3.75% ส่งผลให้เป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา และยังเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปี 2026 นี้อย่างไรก็ตาม มติในการตรึงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไม่เป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 เสียง
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา สร้างความประหลาดใจเฟด ด้วยการมีสัญญาณที่ดีขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงเกี่ยวกับการจ้างงานและภาวะเงินเฟ้อลดต่ำลง ส่งผลให้นักลงทุน และนักวิเคราะห์ล้วนประเมินว่าเฟดกำลังส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟดที่จะต้องอาศัยระยะเวลายาวนานมากขึ้น
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมปี 2025 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของเฟสในปีดังกล่าวนั้น ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 เสียง ซึ่งเสียงไม่เป็นเอกฉันท์แตกต่างอย่างมากจากมติในการลดดอกเบี้ยเมื่อปลายเดือนตุลาตุลาคม 2025 ผ่านไป ซึ่งมีมติ 10 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลง 0.25% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวลดลงที่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% ส่งผลให้มติที่ไม่เป็นเอกฉันท์มีเสียงแตกต่างมากที่สุดในรอบ 16 ปี 3 เดือน หรือ นับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2009 เป็นต้นมา ที่สำคัญ มีคณะกรรมการงดออกเสียงหนึ่งคน ซึ่งเหนือความคาดหมายของตลาด
การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในธันวาคม เกิดขึ้นในรอบ 12 เดือนของเฟด หรือนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2024 เป็นต้นมา ทำสถิติเป็นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวที่ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปีกว่า นอกจากนี้เฟดยังได้ปรับลดดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งรวมกัน 0.75% นับตั้งแต่การประชุมในเดือนกันยายน ตุลาคม และธันวาคมของปีนี้ ที่สำคัญ ยังเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวรวมกัน 1.75% นับตั้งแต่เดือนกันยายนในปี 2024 เป็นต้นมา
ก่อนหน้านี้ เฟดมีมติยกเลิกมาตรการลดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2025 นี้ส่งผลให้เป็นการยุติมาตรการดังกล่าวที่เริ่มต้นใช้ลดตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา