โลหะเงินทะยานแตะนิวไฮ 117 ดอลลาร์ ส่วนต่างราคาพุ่งขึ้นมากที่สุดตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจการเงินโลก โลหะเงินร้อนแรงถึกว่า 55% จากต้นปีนี้ ดอลลาร์ร่วง โลหะเงินขาดแคลนต่อเนื่อง

โลหะเงิน ทะยานแตะนิวไฮ 117 ดอลลาร์ ส่วนต่างราคาพุ่งขึ้นมากที่สุดตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจการเงินโลก โลหะเงินร้อนแรงถึกว่า 55% จากต้นปีนี้ ดอลลาร์ร่วง โลหะเงินขาดแคลนต่อเนื่อง

ตลาดซื้อขายโลหะเงิน (Silver) นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พบว่า ราคาโลหะเงินปิดที่ระดับ 113.46 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +10.46 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +10.20% ส่งผลทำสถิติราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ในขณะที่ราคาสูงสุดระหว่างวันขึ้นไปแตะที่ระดับ 117.71 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ไม่เพียงทำสถิติราคาสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ แต่ยังทำสถิติ ส่วนต่างราคาขึ้นสูงสุดระหว่างวันมากที่สุดในรอบ 18 ปี หรือนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจการเงินในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2008 เป็นต้นมา

ที่สำคัญ นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ราคาโลหะเงินพุ่งทะยานขึ้นกว่า 55% ทำให้นับตั้งแต่ปี 2025 มาถึงวันนี้ ราคาโลหะเงินพุ่งทะยานขึ้นไปแล้วกว่า 200% ในปี 2025 ผ่านไป ราคาโลหะเงินที่พุ่งทะยานขึ้นสูงถึง 147% ยังทำสถิติราคาโลหะรายปีที่พุ่งทะยานมากที่สุดในรอบ 42 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1983 เป็นต้นมา

ย้อนกลับในตลาดเอเชีย วันนี้ 26 มกราคม 2026 เวลา 8.00 น. เวลาไทยพบว่า ราคาโลหะเงิน หรือ Silver เคลื่อนไหว 105.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ +4.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ +2.2% ส่งผลทำสถิติเป็นครั้งแรก และวันแรกที่ราคาโลหะเงินแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในเอเชีย และยังทำสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ในเอเชียอีกด้วย

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2026 ตลาดซื้อขายโลหะเงิน นิวยอร์ก สหรัฐ พบว่า ราคาโลหะเงินปิดที่ระดับ 101.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ปิดขึ้น +5.1% ส่งผลทำสถิติเป็นครั้งแรก และวันแรกที่ราคาโลหะเงินแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และยังทำสถิติราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ราคาโลหะเงินที่มีส่วนต่างราคาพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ส่งผลเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่สัดส่วนการใช้โลหะเงินซื้อทองคำลดต่ำลงมามาก พบว่า จากที่เคยใช้โลหะเงินถึง 105 ออนซ์เพื่อซื้อทองคำ 1 ออนซ์ แต่ในปัจจุบันกลับใช้เพียง 50 ออนซ์เพื่อซื้อทองคำ 1 ออนซ์

สาเหตุจาก สถาบันการเงินจำนวนมากคาดการณ์ว่าปริมาณโลหะเงินยังคงเผชิญกับภาวะขาดแคลนต่อเนื่อง ในขณะที่นักลงทุนให้น้ำหนักกับโลหะเงินเปรียบเสมือนกับสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเทียบชั้นได้กับทองคำ ท่ามกลางปัจจัยลบ และความไม่แน่นอนส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง ทำให้เกิดความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับราคาโลหะเงินนับตั้งแต่เมื่อปี 2025 เป็นต้นมา

นอกจากนี้สงครามความขัดแย้งด้านการค้าของประเทศฉันนำขนาดยักษ์ใหญ่ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนโลหะเงินจนส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าหลายอย่างที่มีความจำเป็นต้องใช้โลหะเงินเป็นวัตถุดิบในการผลิต ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซล่าเซลล์ และอัญมณี

ด้านธนาคารเอชเอสบีซี HSBC ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป เปิดเผยแนวแนวโน้มและมุมมองเกี่ยวกับโลหะเงิน ว่า ภาวะโลหะเงินตึงตัวและถึงขั้นขาดแคลนในปี 2026 จะขยายเป็น 1.2 ล้านออนซ์ในปีนี้

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles