นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้าซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่กำลังบิดเบือนโครงสร้างทางเศรษฐกิจและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยกรมฯ ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี (ต.ค. – ธ.ค. 68) และแผนยกระดับมาตรการเชิงรุกในปี 2569
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามนอมินีบัญชีม้าแบ่งได้เป็น 2 ด้าน คือ ภารกิจเร่งด่วนปราบปรามนอมินีบัญชีม้า 3 เดือน (ต.ค. – ธ.ค. 68) ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 กรมฯ ได้ขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามนโยบาย ‘Quick Big Win’ ของกระทรวงพาณิชย์ โดยพุ่งเป้าตรวจสอบพบนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดได้แก่ ธุรกิจค้าเหล็ก สำนักงานบัญชี ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ บก.ปอศ. ดำเนินการแล้ว 11 ราย และส่งข้อมูลนิติบุคคลขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง พร้อมผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีความเสี่ยงเป็นนอมินีให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 357 ราย (พื้นที่กทม. 323 ราย และต่างจังหวัด 34 ราย) นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก 12 ครั้ง ในพื้นที่สำคัญ อาทิ สุราษฎร์ธานี (สำนักงานบัญชี/วิลล่าหรู) สมุทรปราการ (ค้าเหล็ก) ชลบุรี (โรงงานอุตสาหกรรม) กระบี่ (บริษัทนอมินี) ราชบุรี (ล้งมะพร้าว) กรุงเทพมหานคร (ตลาดสายใต้เซ็นเตอร์ ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานใหญ่) และเชียงใหม่ (ธุรกิจท่องเที่ยว)
นอกจากนั้น กรมฯ ยังได้ให้ความสำคัญกับนักบัญชีและสำนักงานบัญชีที่ถือเป็นต้นน้ำสำคัญของระบบธุรกิจไทยและมีความใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับธุรกิจตั้งแต่การยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคล การจัดทำบัญชีหรืองบการเงินให้แก่ธุรกิจ และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ และได้เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) และใช้ข้อมูลรายชื่อบุคคลเสี่ยงสูง (HR-03) ของสำนักงาน ปปง. เป็นกลไกคัดกรองทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อปิดช่องโหว่การจัดตั้งนิติบุคคลบัญชีม้า โดยผู้ที่มีรายชื่อใน HR-03 ต้องมาแสดงตนต่อหน้านายทะเบียนก่อนที่นายทะเบียนจะรับจดจัดตั้งนิติบุคคล
สำหรับแผนการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามนอมินีบัญชีม้า ปี 2569 โดยยกระดับการทำงานเชิงรุก พุ่งเป้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น พร้อมใช้ระบบวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมของนิติบุคคล มาช่วยทำงานปราบปรามนอมินีบัญชีม้าให้แม่นยำ ครอบคลุม และตรงเป้ามากยิ่งขึ้น โดยจะเป็นเครื่องมือหลักในการคัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียน งบการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อระบุพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายนอมินีและบัญชีม้า อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีดังกล่าวควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย โดยตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 กรมฯ ได้เริ่มใช้มาตรการเข้มข้น ‘4 คำสั่ง 2 ประกาศ’ เพื่อปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทาง อาทิ คัดกรองการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ให้เข้มงวด ในกลุ่มผู้ที่มีรายชื่อบุคคลเสี่ยงสูง (HR-03) หรือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านราย ที่ต้องมาแสดงตัวตนและแสดงหลักฐานทางการเงินต่อหน้านายทะเบียน เพื่อยกระดับความโปร่งใสและลดโอกาสการแอบอ้าง การควบคุมการใช้ที่ตั้งซ้ำซ้อน และให้ผู้รับรองการจดทะเบียนต้องเห็นผู้ขอจดทะเบียนลงชื่อต่อหน้าจริงและยืนยันตัวตนผ่านระบบ ประกอบกับกรมฯ พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างต่อเนื่อง และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงกว่า 2,000 ราย