เปิดตัวแล้ว “BYD Seal” รถอีวีสายสปอร์ตซีดาน ฉายา “Tesla Killer” ราคาไฟลุกโกยยอดจองวันเดียวมากกว่า 1,200 คันรวด จับเทียบสเปก Tesla Model 3 จะแรงกว่ากันไหม?

1580
0
Share:

เปิดตัวแล้ว “BYD Seal” รถอีวีสายสปอร์ตซีดาน ฉายา “Tesla Killer” ราคาไฟลุกโกยยอดจองวันเดียวมากกว่า 1,200 คันรวด จับเทียบสเปก Tesla Model 3 จะแรงกว่ากันไหม?

ในวงการยานยนต์ หรือใครที่กำลังมองหารถอีวีอยู่ เชื่อว่าน่าจะตื่นเต้นกับการเปิดตัวของรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่จากทางฝั่งค่ายจีน ที่เพิ่งเปิดตัวและเปิดราคาไปกันเมื่อวานนี้ (ศุกร์ที่ 29 ก.ย.) อย่างค่ายบีวายดี ที่ได้เปิดตัว ‘BYD Seal’ รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตซีดาน และยังได้รับกระแสตอบรับจากคนไทยอย่างล้นหลาม

สำหรับ BYD Seal ถือเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง อีกทั้งรุ่นนี้ยังได้รับฉายาด้วยว่า Tesla Killer เนื่องจากสเปกและออฟชั่นต่างๆ ใกล้เคียงกับ Tesla Model 3 มากๆ มองเผินๆ นึกว่าพี่น้องคลานตามกันมาเลยก็ว่าได้

ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา BYD Seal ก็ได้เปิดราคาและสเปกอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อย โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 1,325,000 ล้านบาทสำหรับรุ่นเริ่มต้น ไปจนถึง 1,599,000 บาทสำหรับรุ่นท็อป

BYD Seal 2024 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่
– รุ่น Dynamic RWD ราคา 1,325,000 บาท
– รุ่น Premium RWD ราคา 1,449,000 บาท
– รุ่น AWD Performance ราคา 1,599,000 บาท

<สเปกของ BYD Seal>
> รุ่น Dynamic RWD ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าหลัง Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (150 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 7.5 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ BYD Blade Battery ความจุ 61.44 kWh สามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลสุด 510 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ส่วนระบบชาร์จ DC กำลังสูงสุดอยู่ที่ 110 kW

> รุ่น Premium RWD ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 313 แรงม้า (230 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 5.9 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ BYD Blade Battery ความจุ 82.56 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 650 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ระบบชาร์จ DC กำลังสูงสุด 150 kW

> รุ่น AWD Performance รุ่นนี้จะมีระบบเพิ่มขึ้นมาแบบจัดเต็มกว่าสองรุ่นแรก ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ด้านหน้ากำลังสูงสุด 218 แรงม้า (160 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ด้านหลังกำลังสูงสุด 313 แรงม้า (230 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ให้กำลังสูงสุดรวม 530 แรงม้า (390 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร มีระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ ระบบช่วยเบรกอัจฉริยะ ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก EBD ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ICC เตือนการชนด้านท้าย RCW เป็นต้น

ส่วนขนาดของตัวรถนั้นเท่ากันทั้ง 3 รุ่น คือความยาว 4,800 x กว้าง 1,875 x สูง 1,460 x ฐานล้อ 2,920 (มิลลิเมตร)

แน่นอนว่า BYD Seal ซีดานไฟฟ้า ที่คาดว่าจะมาท้าทายรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดอย่าง Tesla Model 3 นั้น ในอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ต้องคอยติดตาม ในส่วนของ Tesla Model 3 เองก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันซึ่งหลายคนอาจจะยังลังเลว่าถ้าเทียบทั้ง 2 รุ่น จะซื้อรุ่นไหนดี วันนี้ BTimes จึงเอาข้อมูลของคร่าวๆ เบื้องต้นของ Tesla Model 3 มาให้ได้เปรียบเทียบกันด้วย ซึ่งเทสลาก็จะมี 3 รุ่นย่อยให้ได้เลือกเช่นกัน ได้แก่
– รุ่น Standard ราคา 1,659,000 บาท
– รุ่น LR ราคา 1,879,000 บาท
– รุ่น Performance ราคา 2,059,000 บาท

<สเปกของ Tesla Model 3 >
> รุ่น Standard พละกำลัง 283 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 6.1 วินาที ส่วนแบตเตอรี่จะเป็น LFP ความจุ 57.5 kWh ความเร็วในการชาร์จ DC 170kW ระยะทางวิ่งได้ 559 กิโลเมตร

> รุ่น LR พละกำลัง 498 แรงม้า แรงบิด 493 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.4 วินาที ส่วนแบตเตอรี่ NMC ความจุ 75 kWh ความเร็วในการชาร์จ DC 250 kW ระยะทางวิ่งได้ 681 กิโลเมตร

> รุ่น Performance รุ่นท็อปสุดใน 3 รุ่นย่อย ที่ขายในไทย พละกำลัง 513 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 3.3 วินาที ส่วนแบตเตอรี่ NMC ความจุ 75 kWh ความเร็วในการชาร์จ DC 250 kW ระยะทางวิ่งได้ 608 กิโลเมตร

ส่วนขนาดตัวรถเท่ากันทั้ง 3 รุ่น ความยาว 4,694 x กว้าง 1,849 x สูง 1,443 x ฐานล้อ 2,875 (มิลลิเมตร)

ในด้านเทคโนโลยีและการจัดการพลังงาน Tesla Model 3 อาจจะทำได้ดีกว่า จากขนาดของแบตเตอรี่ รวมถึงความเร็วในการชาร์จต่อครั้ง แต่หลังจากที่ BYD Seal เปิดราคาอย่างเป็นทางการ ถือว่าทำราคาได้ล่อใจคนซื้อเป็นอย่างมาก และด้วยราคาที่เปิดตัวแบบไฟลุกท่วม ทำให้ BYD Seal สามารถกวาดยอดจองไปได้กว่า 1,289 คันรวด ภายในวันเดียวที่เปิดตัว

ทาง เรเว่ ออโตโมทีฟ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย เปิดเผยว่า สามารถส่งมอบรถล็อตแรกได้ตั้งแต่วันเปิดราคา โดยภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้มีรถพร้อมส่ง 1,782 คัน และเมื่อถึงเดือนตุลาคม คาดว่ายอดรวมรถพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าจะอยู่ที่ 4,734 คัน ซึ่ง เรเว่ ออโตโมทีฟ ให้เหตุผลถึงการนำรถเข้ามาก่อนเป็นจำนวน 1,782 คัน ในล็อตแรกก่อนว่าจะทำให้ลูกค้าที่สนใจซื้อรถ BYD Seal ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องรอนาน สามารถรอรับภายในเดือนกันยายนได้เลย และยังเติมสต็อคเพิ่มในเดือนตุลาคมอีกด้วย

แต่ทางฝั่ง Tesla Model 3 ก็กำลังจะเปิดตัวรุ่นใหม่ Tesla Model 3 Highland เช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะมีราคาที่ถูกลงกว่ารุ่นเดิม ใครที่กำลังอยากจะซื้อรถไฟฟ้าคันใหม่อาจจะต้องลองชั่งใจกันว่าจะตัดใจจาก ‘เทสลา’ มาซบ ‘บีวายดี’ ซะเลยดีกว่า หรือจะรอเทสลาเปิดตัวรุ่นใหม่ก่อนดี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบหรือความคุ้มค่าตามเงินในกระเป๋าของแต่ละคนกันเลยค่ะ…

ที่มา: BYD, Tesla

BTimes