จีนยอดติดโควิด-19 รายใหม่สุทธิพุ่งเฉียด 3,400 ราย มากเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่

323
0
Share:

คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ NHC รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงผ่านมาถึงวันนี้ 13 มีนาคม 2565 พบผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงถึง 3,393 ราย ทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายวันมากเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ หรือนับตั้งเแต่เกิดการระบาดครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นแหล่งพบโรคระบาดโควิด-19 แห่งแรกของโลก สำหรับสถิติเดิมเกิดขึ้นเมื่อวันวานนี้ 12 มีนาคม 2565 มีจำนวน 1,731 ราย

สถานการณ์การตรวจพบยอดติดโรคระบาดโควิด-19 รายวันในจีนแผ่นดินใหญ่ที่มากเป็นประวัติศาสตร์ถึง 3,393 ราย ยังทำสถิติติดเชื้อเกินวันละ 3,000 รายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พบการระบาดในจีนแผ่นดินใหญ่อีกด้วย ขณะนี้ จีนตรวจพบพื้นที่การระบาดใน 17 จากทั้งหมด 31 มณฑลทั่วประเทศ หรือราว 55% ของทั้งประเทศ

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,393 ราย ประกอบด้วย พบติดเชื้อที่แสดงอาการโรคโควิด-19 รายใหม่จำนวน 1,938 ราย หรือราว 57% ทำสถิติมากเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่มียอดติดเชื้อรายวันที่แสดงอาการในประเทศมากกว่า 1,000 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 1,807 ราย และผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ 131 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อแสดงอาการรายใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ทำสถิติมากสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน นับตั้งแต่วันที่ 9 จำนวน 337 ราย วันที่ 10 จำนวน 528 ราย วันที่ 11 มีจำนวน 555 ราย วันที่ 12 จำนวน 588 ราย และวันนี้ 13 มีนาคม จำนวน 1,938 ราย

ในขณะที่พบผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการโรคโควิด-19 รายใหม่จำนวน 1,455 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเป็น 115,466 ราย อยู่อันดับที่ 124 ของโลก ในขณะที่ไม่พบผู้เสียชีวิตรายใหม่แต่อย่างใด ทำให้ยอดเสียชีวิตสะสมทรงตัวที่ 4,636 ราย
สำหรับกฎเกณฑ์ของ NHC ในจีนแผ่นดินใหญ่ กำหนดไว้ว่า การรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันซึ่งประกอบด้วยผู้ติดเชื้อในประเทศ และผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ จะรายงานตัวเลขเฉพาะผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการของโรคระบาดโคยิด-19 เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากมาตรฐานการรายงานยอดการระบาดของโรคโควิด-19 ตามสากลทั่วโลก

สาเหตุการระบาดที่พบในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มสูงมากขึ้น เป็นผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งกลายเป็นสายพันธุ์หลักในการระบาดไปแล้ว นอกจากนี้ พื้นที่การระบาดขนาดใหญ่ล้วนอยู่ในมณฑล และเมืองเศรษฐกิจใหญ่ทั้งสิ้น ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ชิงเต่า เป็นต้น
ทางการจีนแห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ ประกาศมาตรการปิดล็อกดาวน์ทั้งเมือง ส่งผลให้โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ โรงมหรสพ ปิดบริการสิ้นเชิง โดยให้คืนค่าตั๋วให้กับผู้ที่จองตั๋วล่วงหน้า

รัฐบาลท้องถิ่นในฉางชุน ประกาศมาตรการปิดล็อกดาวน์เมืองหลายแห่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของฉางชุน กระทบประชาชนมากถึง 9 ล้านคน ทำให้ประชาชนต้องอยู่แต่ในบ้าน จะอนุญาตให้สมาชิกในบ้านเพียง 1 คนเท่านั้น ที่สามารถออกนอกบ้านไปซื้อหาสินค้าที่จำเป็นทุกๆ 2 วัน ที่สำคัญ ประชาชนทุกคนต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ 3 ครั้ง ด้านร้านค้า ศูนย์การค้า ตลาด ซุปเปอร์มาร์เก็ต ต้องปิดทำการ และระบบขนส่งมวลชนทุกชนิดยกเลิกบริการ