องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization) หรือ เจโทร กรุงเทพ เปิดเผยผบสำรวจธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยปี 2025 พบว่า จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเหลือ 5,781 ร้าน ทำสถิติลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2007 หรือลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจมาในปี 2550 เป็นต้นมา
จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยปี 2025 มีจำนวน 5,781 ร้าน ลดลง 135 ร้าน หรือลดลง 2.2% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2024 การลดลงดังกล่าวมีเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ประกอบด้วย พื้นที่กรุงเทพฯ เหลือ 2,609 ร้าน ลดลง 2.3%, พื้นที่ต่างจังหวัด เหลือ 2,326 ร้าน ลดลง 1.9% และพื้นที่ 5 จังหวัดปริมณฑล เหลือ 846 ร้าน ลดลง 3.1% สาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัว การแข่งขันที่สูงในตลาดร้านอาหาร
สำหรับประเภทร้านอาหารญี่ปุ่น พบว่า อันดับไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปี 2024 มากนัก ประเภทร้านอาหารที่มีจำนวนมากที่สุด ได้แก่ ร้านประเภทภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น ร้านซูชิ ร้านราเมง ร้านอิซากายะ ร้านสุกี้และชาบู ตามลำดับ ในขณะที่ ประเภทร้านอาหารญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นมี 2 ประเภท ได้แก่ ร้านราเมง เพิ่มขึ้น 2.6% และร้านคาเฟ่ เพิ่มขึ้น 6.4%
สาเหตุจากผู้บริโภคมีให้ความสนใจร้านอาหารที่มีเมนูอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางมากขึ้น เช่น ร้านราเมง ร้านคาเฟ่ ร้านหมูทอดทงคัตสึ ร้านแฮมเบิร์ก รวมทั้งร้านที่มีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เช่น ร้านที่เลือกใช้วัตถุดิบข้าวญี่ปุ่น กระแสชามัทฉะในไทยตลอดปีที่ผ่านมาส่งผลต่อการขยายตัวของร้านคาเฟ่อย่างมาก
สำหรับประเภทร้านอื่น ๆ ที่เหลือพบว่ามีจำนวนลดลงทุกประเภท ร้านอาหารประเภทยากินิกุ และบาร์บีคิว ลดลงมากที่สุด คิดเป็น 9.0% เนื่องจากการแข่งขันที่สูงในตลาดปิ้งย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวของร้านเครือข่าย และมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทำตลาดกันต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์อาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เมื่อเดือนมกราคมปี 2025 ที่ผ่านมา ย้อนไปเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2025 นายคุโรดะ จุน ประธานเจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยผลการสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำปี 2567 พบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 15 สิงหาคมถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2024 ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเปิดเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีจำนวน 5,916 ร้าน เพิ่มขึ้น 165 ร้าน หรือ 2.9% เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งที่แล้วปี 2023 ที่มีจำนวน 5,751 ร้าน
ดังนั้น จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยที่เพิ่มขึ้นเพียง 165 ร้าน ทำสถิติเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่มีอัตราต่ำสุดเมื่อเทียบกับปี 2018 โดยในปีดังกล่าวมีการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นที่ 230 ร้าน ต่อมาในปี 2022 มีร้านญี่ปุ่นเปิดเพิ่มขึ้นสูงสุด 955 ร้านในไทย
สำหรับประเภทร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย พบว่า ประเภทร้านซูชิ ซึ่งเคยเป็นธุรกิจประเภทซูชิมีการเปิดขึ้นเป็นจำนวนร้านมากที่สุดในระหว่างปี 2020 ถึงปี 2023 นั้น กลับมีจำนวนลดลงเหลือ 1,279 ร้าน หรือ -6.8% ส่งผลร้านซูชิในไทยร่วงหล่นไปอยู่อันดับสอง ในขณะที่ร้านประเภทภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีบริการเมนูเป็นเซ็ต และอาหารไคเซกิ กลับเปิดเพิ่มมากขึ้น และมีจำนวนร้านมากที่สุดถึง 1,439 ร้าน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2023
ประธานเจโทร กรุงเทพ เปิดเผยต่อไปว่า ในปี 2024 ผ่านไปนั้น ร้านซูชิเปิดใหม่ในไทยเพิ่มขึ้น 181 ร้าน แต่ในเวลาเดียวกันมีร้านซูชิในไทยปิดตัวลงจำนวน 274 ร้าน สาเหตุจากร้านซูชิคุณภาพดีและราคาไม่แพงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องการรับประทานอาหารญี่ปุ่นแนวซูชิที่มีคุณภาพดีขึ้นกว่าในอดีต ส่งผลก่อให้เกิดการแข่งขันกันด้านราคาที่รุนแรง
ต่อมาเกิดภาวะร้านซูชิล้นความต้องการของตลาด หรือ Over Supply และอุปสรรคในการใช้วัตถุดิบสด ร้านซูชิที่มีระบบควบคุมความเย็นไม่ดีจึงเป็นการยากที่จะแข่งขันได้ ร้านประเภทแฟรนไชส์ไม่ต่อสัญญา ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปในรูปแบบที่ไม่ต้องการบริโภคเพียงแต่ซูชิอย่างเดียว ส่งผลให้ร้านซูชิบางรายต้องเปลี่ยนไปเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้อยู่รอดได้ ผู้บริโภคหันมานิยมร้านประเภทราเมนมากขึ้น