SCB EIC เผยเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆจากวิกฤติโควิด 19

974
0
Share:

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์(SCB EIC)วิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์แบบ high frequency ที่สามารถบอกถึงสถานการณ์ปัจจุบันได้เร็วกว่าข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคทั่วไป พบว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในไทยบางส่วนเริ่มกลับมาหลังการผ่อนคลาย lockdown แต่ยังเป็นการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ และยังซบเซากว่าช่วงก่อนวิกฤติ COVID-19 ค่อนข้างมาก
.
โดย Google ได้เปิดเผยข้อมูลการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ของคนในหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทยซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเดินทางออกนอกบ้านของคนไทยได้ลดลงอย่างมากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 สูง และยังมีการบังคับใช้มาตรการ lockdown ที่เข้มงวด เช่น การเดินทางไปยังสถานีขนส่ง ลดลงเกือบ -70% หรือการเดินทางไปยังสถานที่ประเภทพื้นที่ค้าปลีกและสันทนาการเช่น ห้างสรรพสินค้าที่ลดลงกว่า -50% ในช่วงประมาณต้นเดือน เม.ย. เทียบกับปริมาณการเดินทางในช่วงต้นปี
.
แต่หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มลดต่ำลงประกอบกับมาตรการ lockdown เริ่มผ่อนคลาย การเดินทางออกนอกบ้านไปยังสถานที่ต่าง ๆ จึงเริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด และจากข้อมูลล่าสุดในช่วงกลางเดือน พ.ค. กิจกรรมการเดินทางในภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตัวเลขช่วงต้นปี โดยมีเพียงการเดินทางไปยังสถานที่ประเภทร้านค้าและร้านขายยา (grocery & pharmacy) เท่านั้นที่กลับมาเท่าช่วงก่อน lockdown ขณะที่การเดินทางออกจากบ้านไปยังสถานที่ต่าง ๆ ยังคงลดลงเฉลี่ย -22.8% ถึง -39.5%
.
ส่วนข้อมูลจำนวนกิจการที่ลงทะเบียนจากการเชื่อมต่อ Application Program Interface (API) กับเว็บไซต์ไทยชนะ.com ในกรุงเทพมหานครและอีก 12 จังหวัดที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่พบว่าจำนวนกิจการที่ให้บริการในพื้นที่ดังกล่าวมีการลงทะเบียนรวมในวันที่ 27 พ.ค. อยู่ที่ 70,425 กิจการ เพิ่มขึ้นจาก 40,537 กิจการในวันที่ 20 พ.ค. ซึ่งบ่งชี้การเปิดให้บริการที่มากขึ้น
.
แต่มีข้อสังเกตว่าจำนวนร้านค้าในห้างสรรพสินค้าในช่วงแรกหลังเริ่มคลาย lockdown จะมีสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยในวันที่ 20 พ.ค. มีจำนวนถึง 26,450 ร้านค้า คิดเป็นสัดส่วน 65.2% ของจำนวนการลงทะเบียนทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว สะท้อนถึงการที่ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ มีการเตรียมความพร้อมในการกลับมาเปิดให้บริการ
.
อย่างไรก็ดี ร้านค้าประเภทอื่น ๆ ก็ได้ทยอยเปิดให้บริการตามมาด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านที่สูงกว่าอย่างชัดเจนในสัปดาห์ถัดมา โดยมีการเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ขณะที่ร้านค้าในห้างฯ มีจำนวนเพิ่มขึ้นที่ 31% ในช่วงเดียวกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากการที่กิจการโดยทั่วไปเริ่มมีการเรียนรู้แนวทางปฏิบัติในการให้บริการในสภาวะ new normal กันมากขึ้น
.
ทำนองเดียวกัน ข้อมูลห้องพักที่เปิดให้จองออนไลน์บนเว็บไซต์ TripAdvisor.com ที่เคยมีจำนวนลดลงไปสูงสุดถึง -52.1% เมื่อเทียบกับจำนวนในช่วงเริ่มต้นของ lockdown ก็เริ่มกลับมามีจำนวนข้อมูลเพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงเป็นลบที่น้อยลงเหลือ -27.1% ณ วันที่ 28 พ.ค. สะท้อนการกลับมาเปิดกิจการของโรงแรม นำโดยกลุ่มโรงแรม 3 ดาวลงไปและ hostel (budget) ขณะที่โรงแรมระดับ 4 และ 5 ดาว (luxury) ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการพึ่งพาลูกค้าต่างชาติที่ยังมีข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ
.
ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์ JobsDB.com ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ในช่วงสัปดาห์ล่าสุดของข้อมูล (วันที่ 21-27 พ.ค.) จำนวนประกาศรับสมัครงานรวมเพิ่มขึ้น 11.0% เมื่อเทียบกับจำนวนในสัปดาห์ก่อนคลาย lockdown ระยะที่หนึ่ง (วันที่ 26 เม.ย.-2 พ.ค.) และเป็นการเพิ่มขึ้นในหลายประเภทธุรกิจโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และ consumer retail เช่น เสื้อผ้า ค้าปลีก ที่มีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าธุรกิจประเภทอื่น ๆ สอดคล้องกับการกลับมาดำเนินการของธุรกิจเหล่านี้หลังจากที่ถูกจำกัดจากมาตรการ lockdown อย่างไรก็ดี จำนวนประกาศรับสมัครงานโดยเฉลี่ยในปัจจุบันในภาพรวมยังต่ำกว่าระดับในช่วงเริ่มมาตรการ lockdown (วันที่ 21–27 มี.ค.) อยู่ถึง -25.4%
.
แม้จะเริ่มฟื้นตัวหลังการผ่อนคลาย lockdown แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า EIC คาดว่าจะใช้เวลานานในการกลับไปสู่จุดเดิม โดยยังต้องเฝ้าระวังการระบาดระลอกที่สอง กิจกรรมต่าง ๆ ตามข้อมูลข้างต้นทั้งการเดินทางออกนอกบ้าน การให้บริการของห้างร้านและโรงแรม และการเปิดรับสมัครงานออนไลน์ยังต่ำกว่าช่วงก่อนวิกฤติค่อนข้างมากแม้จะฟื้นตัวมาบ้างในระยะหลัง
.
นอกจากนี้มองว่าหลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะส่วนที่ต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะยังต้องใช้เวลานานก่อนจะฟื้นกลับไปยังจุดเดิม ทั้งนี้อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญคือ การเฝ้าระวังการระบาดของ COVID-19 ระลอกที่สอง ที่หากเกิดขึ้นจะนำไปสู่การกลับมาของมาตรการ lockdown ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วทรุดตัวลงมากกว่าเดิม