เปิดลายแทงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา 1 เตรียมแถลงต่อรัฐสภา 11 ก.ย.นี้ มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ปากท้องประชาชน อะไรมาก่อน-หลัง บนความคาดหวังที่สูงลิ่ว

1314
0
Share:

เปิดลายแทง นโยบาย รัฐบาลเศรษฐา 1 เตรียมแถลงต่อรัฐสภา 11 ก.ย.นี้ มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ปากท้องประชาชน อะไรมาก่อน-หลัง บนความคาดหวังที่สูงลิ่ว

นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่วัน คณะรัฐมนตรี นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีใหม่ป้ายแดงจะต้องแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 11 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ซึ่งย่อมเป็นที่จับตาและเป็นที่คาดหวังของประชาชน ที่จะเห็นรัฐบาลใหม่เร่งเดินหน้านโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบเร็ว แรง ทะลุนรก ดึงประเทศไทยให้ออกมาจากหลุมใหญ่ได้สักที

แน่นอนว่าพรรคร่วมรัฐบาล หรือ ครม.เศรษฐา 1 ได้มีการเตรียมความพร้อมกันอย่างขะมักเขม้น รวบรวมข้อมูล ปัญหา ความคิดเห็นจากหลายส่วนมาขมวดกันไว้เป็นเป็นกรอบนโยบายภายใต้แบบฉบับของรัฐบาลเศรษฐา

โดยถ้อยแถลงนโยบายที่คาดว่าจะมีนำไปแถลงต่อรัฐสภานั้น มีสาระสำคัญในการวางกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศ ตามกรอบความเร่งด่วน มีทั้งกรอบระยะสั้น ที่รัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องกระตุ้นการใช้จ่าย ติดเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง รวมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วนรวดเร็ว

ขณะที่กรอบระยะกลาง และระยะยาว รัฐบาลจะเสริมขีดความสามารถให้กับประชาชน ผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน

โดยในถ้อยแถลงยังชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายที่เป็นนโยบายเร่งด่วน จะแบ่งเป็น

“นโยบายรัฐบาล 1 กระตุ้น”
– นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) 10,000 บาท ให้คนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป จับจ่ายใช้สอยสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในร้านค้าชุมชนและบริการที่อยู่ในรัศมี 4 กิโลเมตร เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยกระเป๋าเงินดิจิทัลจะมีอายุการใช้งาน 6 เดือน คาดหวังให้เกิดเงินหมุนเวียน และกระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่

นโยบายนี้นับเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลเลยก็ว่าได้ โดยความสำคัญของนโยบายนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ นั่นก็คือการใช้จ่ายที่จะกระตุ้นเงินในกระเป๋าของประชาชนต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจประเทศให้ตื่น ฟื้นกลับมา และจะต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจที่จะขยายการลงทุน ขยายกิจการ นำไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพ เกิดเงินหมุนเวียนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในปลายทางรัฐบาลก็จะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี และยังวางหมุดสำคัญอีกอย่างนั่นก็คือการวางฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประชาชน แม้กระทั่งชาวรากหญ้าให้เข้าถึงได้แบบไม่ต้องยัดเยียด เพราะประชาชนเต็มใจในการปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี

“มาตรการนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนที่จะกระตุกเศรษฐกิจของประเทศให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เราจะใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง และกระจายไปยังทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้ถึงฐานราก” นายกฯ กล่าว

“นโยบายรัฐบาล 3 เร่ง”
– นโยบายเร่งลดหนี้ประชาชน ด้วยการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี เพื่อลดภาระเกษตรกรในการชำระหนี้จากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ 3 ปี และพักหนี้ธุรกิจที่เกิดร้อนจากโควิด 1 ปี รวมทั้งสนับสนุน Pico Finance เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
– นโยบายเร่งลดราคาพลังงาน ลดค่าครองชีพประชาชน โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า แนวทางการดำเนินการในเรื่องราคาพลังงานนั้นมีเรื่องหลักๆ ที่ต้องเร่งดำเนินการ คือราคาน้ำมัน และราคาไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมกับประชาชน อีกทั้งยังช่วยค่าครองชีพอื่นๆ เพราะพลังงานเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค
– นโยบายเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยรัฐบาลยังคงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยจะมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและผ่านขั้นตอนการออกเสียงลงประชามติโดยประชาชน

ส่วนนโยบายที่อยู่ในระยะกลางและระยะยาว มีการกำหนดครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจตั้งแต่การสร้างรายได้ การขยายโอกาสให้กับประชาชน เช่น นโยบายสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์หรือ Soft Power, นโยบายปฏิรูปการศึกษา, นโยบายใช้ทูตหาตลาดใหม่ในต่างประเทศ, การพัฒนาเศรษฐกิจการค้าที่ถูกกฎหมายตามแนวชายแดน เป็นต้น ตลอดจนด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาทิ เปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ, ยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค และการผลักดันให้มีกฎหมายสนับสนุนสิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ

นอกจากนี้ ความคาดหวังของประชาชนยังได้สะท้อนให้เห็นได้จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เรื่อง “ประชาชนอยากบอกอะไร ครม.เศรษฐา 1” ที่พบว่า สิ่งที่อยากบอกกับนายกรัฐมนตรี อันดับแรกมีถึง 45.99% คืออยากให้บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ถัดไป 31.02% คืออยากให้ใช้ความสามารถในการเป็นผู้บริหารธุรกิจมาใช้ในการบริหารประเทศ และ 28% อยากให้ทำตามนโยบายที่ให้ไว้ โดยเฉพาะเงินดิจิทัล 10,000 บาท

การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ แน่นอนว่าจะต้องแบกรับเอาความคาดหวังอันใหญ่หลวงของประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ที่ต่างรอกันมานานมากแล้ว ซึ่ง “นายกฯ นิด” ก็ได้บอกก่อนหน้านี้แล้วว่าพร้อมเทหมดหน้าตัก และไม่มีฮันนีมูนพีเรียด ดังนั้นเราคงคาดหวังที่จะได้เห็นบรรยากาศหลังการแถลงนโยบายต่อสภาแล้วเสร็จว่าบรรดารัฐมนตรี เจ้ากระทรวงหลักจะเร่งฝีเท้าลุยงานกันให้ขาขวิด ตามที่ได้ตบปากรับคำสัญญาไว้กับประชาชนจริงๆ…

BTimes