ไอเอ็มเอฟลดเป้าเศรษฐกิจโลก 2 ปีซ้อน โอไมครอน-เงินเฟ้อพุ่ง-น้ำมันดิบแพง

291
0
Share:
IMF

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ เปิดเผยรายงานมุมมองภาวะเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Outlook 2022 ว่า ได้ปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกปี 2565 ลงมาเหลือ 4.4% และปี 2566 ปรับลดลงมาเหลือที่ระดับ 3.8% สะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่องถึง 2 ปีติดต่อกัน ในขณะที่เศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2564 ขยายตัวที่ระดับ 5.9%

ไอเอ็มเอฟ เปิดเผยต่อไปว่า ปัจจัยลบที่กดดันภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ไม่เพียงชะลอตัวถึง 1.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ยังเป็นตัวเลขคาดการณ์จีดีพีที่ปรับลดลงจากเดิมที่ประเมินไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2564 มากถึง 0.5% ได้แก่ การพบการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์โอไมครอน และความผันผวนสูงมากของตลาดทุนทั่วโลก ซึ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นมา

ไอเอ็มเอฟ ประกาศปรับลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับ 1 และอันดับ 2 ของโลกในปีนี้ลดลงจากตัวเลขเดิม สหรัฐอเมริกาจะมีภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงจากเดิมที่ 5.2% เหลือเพียง 4.0% สาเหตุจากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด ยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการเงิน

นอกจากนี้ ความล้มเหลวของรัฐบาลสหรัฐที่ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวข้องกับนโยบายการคลังที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจมีชื่อว่า Build Back Better
ในขณะเดียวกัน ไอเอ็มเอฟปรับลดตัวเลขคาดการณ์จีดีพีของจีนแผ่นดินใหญ่ลงจากเดิมที่ 5.6% มาเหลือเพียง 4.8% สาเหตุจากรัฐบาลจีนยึดมั่นในนโยบายไม่อยู่ร่วมกับโรคระบาดโควิด-19 ภาวะตลาดการเงินในประเทศที่เปราะบางสูงจากภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ประสบวิกฤตหนี้พุ่งสูง

ปัจจัยสำคัญต่อมา ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อโลกพุ่งสูงอย่างก้าวกระโดด และราคาพลังงานที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์เงินเฟ้อนั้น ไอเอ็มเอฟยอมรับว่าเงินเฟ้อมีภาวะเพิ่มสูงต่อเนื่องมากกว่าที่เคยประเมินไว้ แต่อาจลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปีถัดไป

สำหรับในปี 2566 นั้น แม้ไอเอ็มเอฟจะประเมินตัวเลขคาดการณ์จีดีพีไว้ที่ 3.8% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.2% จากตัวเลขเดิมที่ 3.6% ในเดือนตุลาคม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขจีดีพีในปี 2565 พบว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2566 ยังคงขยายตัวต่ำกว่าปี 2565